58629955_331925930839426_6768902856889073664_o

ภารกิจปฏิบัติการลาก “วัตถุลอยน้ำ” (Seasteading) นอกชายฝั่งจังหวัดภูเก็ต ประสบความสำเร็จ

58629955_331925930839426_6768902856889073664_o

57882603_331926127506073_8670214046227628032_o

57821861_331926317506054_546521737873850368_o

57437570_331926270839392_4267479458060959744_o

58379442_331926360839383_958174261338439680_o

58462509_331926450839374_8321697804007243776_o

58577554_331926487506037_5930107666809487360_o

ภารกิจปฏิบัติการลาก “วัตถุลอยน้ำ” (Seasteading) นอกชายฝั่งจังหวัดภูเก็ต ประสบความสำเร็จ หลังทัพเรือภาคที่ 3 และจังหวัดภูเก็ต บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกปฏิบัติการอย่างรัดกุม

ตลอดทั้งวันของวันที่ 22 เมษายน 2562  ทัพเรือภาคที่ 3 ร่วมกับจังหวัดภูเก็ต, ศรชล.เขต 3 บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติการลาก “วัตถุลอยน้ำ” ซึ่งเป็นวัตถุพยานสำคัญกรณีบุคคลติดตั้งวัตถุลอยน้ำ (Seasteading) ที่บริเวณนอกชายฝั่งจังหวัดภูเก็ต ซึ่งการปฏิบัติการเป็นไปด้วยความรอบคอบรัดกุม ขณะนี้สามารถนำวัตถุพยานลากเข้าฝั่ง มาพักไว้ยังท่าเรือน้ำลึกภูเก็ตเป็นที่เรียบร้อย

เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2562  เริ่มตั้งแต่ เวลา 08.00 น. ที่ท่าเทียบเรือ ทัพเรือภาคที่ 3 จังหวัดภูเก็ต พลเรือตรี วิธนรัชต์ คชเสนี รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ทำหน้าที่เป็นผู้บัญชาการกองเรือปฏิบัติการทัพเรือภาคที่ 3 ควบคุมการปฏิบัติการ พร้อมนายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต, ศรชล.เขต 3 นำสื่อมวลชนลงเรือหลวงศรีราชา เดินทางออกจากท่าเทียบเรือทัพเรือ ภาคที่ 3 ออกไปนอกชายฝั่ง 14 ไมล์ทะเล ณ จุดที่มีการพบวัตถุลอยน้ำ

เวลา 10.30 น. ชุดปฏิบัติการจากทัพเรือภาค 3, เจ้าหน้าที่สหวิชาชีพ, เจ้าหน้าที่ศุลกากร, กรมเจ้าท่า, ตำรวจน้ำ, เจ้าหน้าที่ กสทช. เเละเจ้าหน้าที่จากชุดปฏิบัติการพิเศษ เป็นชุดเเรกในการดำเนินการลงไปตรวจสอบสภาพภายใน เเละเก็บหลักฐานบน “วัตถุลอยน้ำ” ซึ่งเป็นวัตถุพยานสำคัญ โดยเจ้าหน้าที่ในแต่ละหน่วยงานจะปฏิบัติหน้าที่ตามอำนาจกฎหมายที่เเต่ละหน่วยงานดูเเล

เวลา 14.00 น. ได้เริ่มปฏิบัติการรื้อถอนตัววัตถุลอยน้ำ โดยยุทธวิธีการปฏิบัติทางทัพเรือภาค 3 เริ่มจากการตัดเสาค้ำยันที่มีลักษณะคล้ายก้านร่ม 4 ด้านให้ออกจากเสาที่ลอยน้ำ จากนั้นจะส่งนักปะดาน้ำดำลงไปเปิดวาวน้ำเข้าเเกนวัตถุ เพื่อให้น้ำเข้าไป เสาวัตถุก็จะค่อยๆ จมลง เมื่อวัตถุถึงระดับน้ำจะทำการปลดสลักเสาเเละวัตถุลอยน้ำออกจากกัน เเละทำการลากตัวบ้านวัตถุลอยน้ำขึ้นเรือหลวงมันใน ซึ่งเป็นเรือเปิดหัว (เรือระบายคนขนาดใหญ่) แต่เมื่อเวลา 15.00 น. ปรากฏว่า เกิดปัญหาเล็กน้อยเนื่องด้วยตัววัตถุลอยน้ำทรง 8 เหลี่ยมที่เป็นตัวบ้าน มีขนาดใหญ่เกินไป การนำขึ้นเรือหลวงมันในอาจทำให้ตัววัตถุพยานเสียหาย ทางทัพเรือภาคที่ 3 จึงได้มีการปรับวิธีการ โดยใช้เรือหลวงมันในทำการลากตัววัตถุลอยน้ำจากทางท้ายเรือเข้าฝั่ง ซึ่งทำให้ภารกิจเสร็จช้ากว่ากำหนดไปราว 4 ชั่วโมง ในส่วนเเกนทุ่นลอยน้ำได้ทำการไล่น้ำออก เเละใช้เรือหลวงริ้น ซึ่งเป็นเรือลากจูงขนาดกลาง ทําการลากจูงเข้ามาที่ฝั่ง และนําเข้ามาที่ท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต จากนั้นจะให้ทางสถานีตำรวจภูธรวิชิตเป็นผู้ดําเนินการ เก็บวัตถุพยานทั้งสองส่วนนี้เป็นหลักฐานประกอบการดําเนินคดีต่อไป

การปฏิบัติการครั้งนี้พลเรือตรี วิธนรัชต์ คชเสนี รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 กล่าวว่า การร่วมกันติดตั้งวัตถุลอยน้ำได้ตามที่พักอาศัยตามแนวทางของ (Seasteading) ออกไปติดตั้งในทะเลบริเวณนอกชายฝั่งจังหวัดภูเก็ต ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ อยู่ในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ ของประเทศไทย ตาม United Nation Convention on the Law of The Sea ปี ค.ศ. 1982 หรือ อนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยกฎหมายทะเลปีพุทธศักราช 2525 ก็ได้ระบุไว้ว่า อยู่ในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ อยู่ในเขตอำนาจและสิทธิอธิปไตยของประเทศไทย

นอกจากนี้ทั้งสองสามีภรรยา ก็ได้กล่าวในสื่อสังคมออนไลน์ ว่าจะประกาศตัวเป็นอิสระ ไม่อยู่ภายใต้อำนาจศาลหรือกฎหมายของรัฐใดซึ่งก็หมายถึงประเทศไทย รวมทั้งได้เชิญชวนให้ผู้ที่มีความสนใจ มาร่วมกันจัดตั้งก่อสร้างที่พักอาศัยในลักษณะเช่นนี้เป็นอาณานิคมปกครองตนเอง ซึ่งทางกองทัพเรือภาคที่ 3 หน่วยงานหลักของกองทัพเรือ ทางด้านฝั่งทะเลอันดามัน มีหน้าที่ภารกิจความรับผิดชอบ ในการรักษาเอกราชอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติทางทะเลตลอดแนวชายฝั่งตั้งแต่จังหวัด ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล รวมทั้งพื้นที่ในทะเล ในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ ออกไปในทะเลอีกมีพื้นที่รวม 30,000 ตารางไมล์ทะเลหรือ หรือประมาณ 120,000 ตารางกิโลเมตร การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายกระทำความผิดทางด้านในส่วนของทำให้เอกราชของประเทศไทยเสื่อมเสียลง ก็เลยเข้าแจ้งความต่อสถานีตำรวจภูธร อำเภอวิชิตเมื่อวันที่ 14 เมษายนที่ผ่านมา ขณะนี้ก็อยู่ในระหว่างการดำเนินคดี ด้านพลเรือโท สิทธิพร มาศเกษม ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 3 ได้สั่งการโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ปีพ.ศ. 2562 ให้มีการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตเข้าดำเนินการต่อสิ่งปลูกสร้างนี้ จึงนำมาสู่การสั่งการให้มีการเคลื่อนย้ายในวันนี้ (22 เมษายน 2562)

นายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้กล่าวขอบคุณทุกฝ่าย จากการจุดเริ่มต้นถึงวันนี้ใช้เวลาในการปฏิบัติการทั้งสิ้น 10 วัน ซึ่งทุกฝ่ายได้แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็ง และความมุ่งมั่นในการรักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ โดยในวันพรุ่งนี้ (23 เมษายน 2562) ทางทัพเรือภาคที่ 3 และจังหวัดภูเก็ตจะร่วมกันแถลงข่าวอีกครั้งในเวลา 10.00 น

 

Comments are closed.