ภูเก็ตตำรวจตามรวบคนร้ายหลอกเช่ารถยนต์กว่า 40 คันส่งจำนำ-ขายต่อต่างจังหวัด

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2562 ที่บริเวณลานจอดรถ สถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต พล.ต.ต.วิศาล พันธ์มณี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย พ.ต.อ.สมพงษ์ ทิพย์อาภากุล ผู้กำกับการ .สภ.เมืองภูเก็ต พ.ต.อ.ประวิทย์ เอ้งฉ้วน ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัด ภูเก็ต พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวการจับผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดภูเก็ต ในความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ พร้อมของกลางรถยนต์ที่ยึดมาได้ จำนวน 23 คัน ส่วนรถที่เหลือยังอยู่ระหว่างการติดตามโดยผู้ต้องหาในคดีนี้ ซึ่งประกอบด้วย นายเมธาวี ธรรมฉันธะ น.ส.ชนิดา ราชแสง และ น.ส.ธมลวรรณ ธรรมฉันธะ ได้ทำทีเช่ารถยนต์จากผู้เสียหายไปประมาณ 30-40 คัน แล้วนำไปขายหรือจำนำในราคาที่ต่ำต่อมาเมื่อผู้เสียหายทราบก็พยายามติดตามรถคืน โดยติดตามรถคืนมาได้ทั้งสิ้นประมาณ 23 คันยังมีรถบางส่วนที่ยังไม่สามารถติดตามคืนมาได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งติดตามเอารถยนต์ส่วนที่เหลือมาให้ได้มากที่สุด

พ.ต.อ.ประวิทย์ เอ้งฉ้วน ผู้กำกับการสืบสวนภูธรจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า เมื่อวันที่ 26 ส.ค.62 มีประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อน จำนวน 9 คน ได้รวมตัวกันเข้าให้ข้อมูลกับตนและเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวกับคนร้าย ซึ่งใช้กลอุบายตระเวนเช่ารถยนต์กับประชาชน และผู้ประกอบการรถเช่าในพื้นที่ จ.ภูเก็ต จำนวน 30-40 คัน แล้วนำไปขายต่อหรือไปจำนำในพื้นที่ จ.ตรัง พัทลุง และนครศรีธรรมราช ตนจึงได้ประสานไปยัง พ.ต.อ.สมพงษ์ ทิพย์อาภากุล ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต เพื่อให้พนักงานสอบสวนเข้าร่วมรับฟังเพื่อที่จะได้เข้าใจ ทราบถึงแผนประทุษกรรมของคนร้าย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมข้อมูลจากประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนและทำการสืบสวนอย่างต่อเนื่องกระทั่งทราบว่าคนร้าย คือนายเมธาวี ธรรมฉันธะ น.ส.ชนิดา ราชแสง (แฟนสาวของนายเมธาวี) และ น.ส.ธมลวรรณ ธรรมฉันธะ (พี่สาวของนายเมธาวี) เจ้าหน้าที่คณะทำงานจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานของหมายจับต่อศาลจังหวัดภูเก็ต ซึ่งศาลจังหวัดภูเก็ตได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ต่อมาชุดสืบสวนของ กก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต ได้ติดตามจับกุม นายเมธาวี ธรรมฉันธะ และน.ส.ชนิดา ราชแสง ได้ในพื้นที่ อำเภอห้วยยอด จ.ตรัง เมื่อวันที่ 4 ก.ย.62 และ จับกุม น.ส.ธมลวรรณ ธรรมฉันธะ ได้ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 5 ก.ย.62 นำส่ง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองภูเก็ต

พ.ต.อ.สมพงษ์ ทิพย์อาภากุล ผู้กำกับการ สภ.เมืองภูเก็ต กล่าวว่า พฤติกรรมของคนร้ายจะทำทีมาติดต่อขอเช่ารถโดยให้ราคาสูงมักจะอ้างว่ามีบริษัท หรือลูกค้าติดต่อขอเช่ามา แรกๆก็จะเช่าระยะสั้น จ่ายค่าเช่าตรงเวลา เวลามาติดต่อเช่ารถก็จะนำรถที่เช่าอยู่มาแสดงให้เห็นว่ารถยังอยู่ เพื่อสร้างความไว้วางใจให้กับเจ้าของรถ หลังจากนั้นก็จะเช่านานขึ้น และ นำรถหายไปเลย กว่าเจ้าของรถจะรู้ตัวบางคนเวลาล่วงเลยไปเป็นเดือน ซึ่งทาง สภ.เมืองภูเก็ตได้ทำงานร่วมกันกับ กองกำกับการสืบสวนภูธรจังหวัดภูเก็ตโดย ทาง สภ.ทำหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับคนร้าย และ ทางกองกำกับการสืบสวนสอบสวน ทำหน้าที่ออกติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาพร้อมยึดรถของกลางกลับมาโดยขณะนี้จับผู้ต้องหาได้แล้ว 3 รายขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องต่อไป

ส่วนผู้เสียหายส่วนใหญ่ กล่าวว่า คนร้ายมีวิธีการพูดและการแสดงออกเพื่อให้พวกตนไว้วางไจ ทำทีมาติดต่อขอเช่ารถ โดยขอเช่าในราคาที่สูงกว่าปกติ อ้างว่ามีบริษัท และลูกค้าเยอะ แรกๆก็จ่ายเงินค่าเช่าดีนำมาคืนตามเวลากำหนด หลังจากนั้นก็ขอเช่ารถจำนวนหลายคันขึ้น ทำให้บางรายปล่อยเช่าไปมากถึง 14 คัน แต่เริ่มมีการพูดคุยกันในหมู่ของคนปล่อยรถเช่า เนื่องจากบางคนเช่าไปแล้วไม่ได้รถคืนมา และจากการพูดคุยว่าคนที่ติดต่อขอเช่ารถเป็นคนคนเดียวกัน และพบว่าเริ่มมีผู้เสียหายหลายคนจึงได้รวมตัวกันมาพบเจ้าหน้าที่เพื่อให้ข้อมูล ซึ่งต้องขอบคุณทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งหลังจากทราบเรื่องก็ได้เร่งสืบสวนและติดตามจับกุมคนร้ายทันที

อย่างไรก็ตามคดีนี้เจ้าหน้าที่ตํารวจฝากประชาสัมพันธ์เป็นอุทาหรณ์ให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจรถเช่า ถึงวิธีการของคนร้ายที่อาศัยช่องว่างของการเช่ารถยนต์ โดยเฉพาะตามเมืองท่องเที่ยว เพราะคนร้ายจะทำทีเป็นเช่ารถไปแล้วจะเอาไปขายหรือนำไปจํานํา จากนั้นนําเอาเงินดังกล่าวมาจ่ายเป็นค่าเช่า โดยจะจ่ายเงินตรงเวลา ทำให้ผู้ให้เช่าเกิดความเชื่อใจและให้เช่ารถเพิ่มอีก หากผู้ประกอบการรายใดในพื้นที่ ได้รับความเสียหายเช่นเดียวกับกรณีดังกล่าว และคาดว่าคนร้ายน่าจะเป็นขบวนการเดียวกัน สามารถเข้ามาให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ที่ สภ.เมืองภูเก็ต หรือกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตเพื่อร่วมกันขยายผลตัดตอนวงจรของแก็งค์เช่ารถต่อไป.

Comments are closed.