31948016_1975098559374396_3180741939196592128_o

ร่วมประเมินศักยภาพการท่องเที่ยวโดยชุมชน เพื่อสร้างอาชีพ สร้างรายได้แก่ประชาชนอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

31948016_1975098559374396_3180741939196592128_o

31531671_1975098666041052_6477039805988339712_o

31939818_1975098592707726_2236955491882237952_o

31947515_1975099132707672_1575987121976508416_o

31946609_1975099046041014_3153192515721494528_o

31953302_1975099222707663_6652160809650618368_o

คณะสื่อมวลชน,ผู้ประกอบการนำเที่ยวและผู้เกี่ยวข้อง เดินทางลงพื้นที่ชุมชนท่องเที่ยวเกาะยาวน้อย อำเภอเกาะยาว จังหวัดพังงา ร่วมประเมินศักยภาพการท่องเที่ยวโดยชุมชน เพื่อสร้างอาชีพ สร้างรายได้แก่ประชาชนอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2561 เวลา 14.20 น.ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวชุมชนท่องเที่ยวเกาะยาวน้อย นางศิรวี วาเล๊าะ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภูเก็ตในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาการท่องเที่ยวประจำเขตพัฒนาการท่องเที่ยวอันดามันเป็นประธานนำคณะสื่อมวลชน,ผู้ประกอบการนำเที่ยวและผู้เกี่ยวข้อง กว่า 30 คน ตามโครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชน CBT ของเขตพัฒนาการท่องเที่ยวอันดามัน ( จังหวัดภูเก็ต,พังงา,กระบี่,ตรังและสตูล) ลงพื้นที่ชุมชนท่องเที่ยวเกาะยาวน้อย อำเภอเกาะยาว จังหวัดพังงา โดยได้รับเกียรติจากนายสุรสิทธิ์ ขันติพันธุกุล นายอำเภอ เกาะยาว กล่าวต้อนรับ สำหรับ อำเภอเกาะยาว ประกอบด้วย 3 ตำบล 18 หมู่บ้าน ประชาชน 90 % ประชาชนนับถือศาสนาอิสลาม

นายสำเริง ราเขต ประธานชุมชนท่องเที่ยวเกาะยาวน้อย กล่าวว่า ชุมชนท่องเที่ยวเกาะยาวน้อย อำเภอเกาะยาว จังหวัดพังงา รวมตัวกันเมื่อประมาณ 20 ปีที่ผ่านมาเพื่อร่วมกันฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติทรัพยากรทางทะเลให้ฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์เพิ่มมากยิ่งขึ้นประชาชนในพื้นที่ร้อยละ 80 ประกอบอาชีพประมง  ต่อมาในปี 2540 เมื่อทรัพยากรมีความอุดมสมบูรณ์เพิ่มมากขึ้นกลุ่มชุมชนจึงรวมตัวกันส่งเสริมเรื่องราวของการท่องเที่ยวชุมชนโดยบริหารจัดการเป็นโฮมสเตย์ให้นักท่องเที่ยวที่มาพักได้เข้ามาพักผ่อนเมื่อชาวประมงในชุมชนออกไปทำการประมง ดักอวนจับปลาจับปู

นักท่องเที่ยวก็สามารถเดินทางไปชมทำการประมงร่วมกับชาวประมงได้ จึงทำให้ชุมชนท่องเที่ยวเกาะยาวน้อยมีความโดดเด่นด้านการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนโดยเฉพาะการท่องเที่ยวด้านโฮมสเตย์ เพราะยังคงมีธรรมชาติที่อุดมความสมบูรณ์และมีการคงไว้ซึ่งวิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้านและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ จนเป็นมนต์เสน่ห์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาพักผ่อนและชื่นชมธรรมชาติสร้างอาชีพสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี รวมทั้งมีจุดเด่น ของการ บริหารจัดการชุมชนที่ดีมีการจัดทำผังเมืองมีการออกกฎหมายของชุมชน เป็นต้น นอกจากนี้ ชุมชนท่องเที่ยวเกาะยาวน้อยให้ความสำคัญ กับการสอดแทรกวิถีชีวิตพื้นบ้านจนประสบความสำเร็จ มาอย่างต่อเนื่องจึงได้รับรางวัลการันตีมากมาย อาทิ ปี2545 ได้รับรางวัล World Legacy award จากนิตยสารสหรัฐอเมริกา ,ปี 2545 และ 2547 ได้รับรางวัลดีเด่นจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, ปี 2548 ถึง 2561 ได้รับรางวัลมาตรฐานโฮมสเตย์ไทยจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, ปี 2552 ได้รับรางวัลยอดเยี่ยม tourism award จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย,ปี 2559 ได้รับรางวัลโฮมสเตย์ยอดเยี่ยมอาเซียน ซึ่งทุกรางวัลถือเป็นการการันตี คุณภาพ

การบริหารจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชน จากความสำเร็จดั่งกล่าวชุมชนท่องเที่ยวเกาะยาวได้มีโครงการที่จะถ่ายทอดองค์ความรู้ของการจัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ให้กับชุมชนใกล้เคียงในอนาคตต่อไปด้วย

เมื่อรับฟังบรรยายสรุปได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ที่ศาลาเรียนรู้ ศพก. อำเภอเกาะยาว จังหวัดพังงา ของชุมชนเกาะยาวน้อย โดยมีนายมงคล กล้าสมุทร เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ว่า กลุ่มผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ฯ ได้มีการนำขยะอินทรีย์จากชุมชนมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตปุ๋ยหมักอินทรีย์ ซึ่งสามารถสร้างอาชีพสร้างรายได้ให้กับประชาชนโดยมีต้นทุนในการผลิตปุ๋ยกิโลกรัมละ 7 บาทแต่สามารถจำหน่ายได้ในราคากิโลกรัมละ 10 บาท โดยมีกำลังการผลิต 300 กิโลกรัมต่อวัน จุดเด่นของการดำเนินการของศาลาเรียนรู้การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ของชุมชนแห่งนี้คือมีการผลิตปุ๋ยที่ปลอดสารพิษจำหน่ายให้แก่ประชาชนในชุมชนในราคาที่ถูกโดยจากเดิมประชาชนต้องซื้อปุ๋ยเคมีในราคากิโลกรัมละ 20 – 30 บาทแต่เมื่อมีการผลิตปุ๋ยหมักชีวภาพปุ๋ยอินทรีย์ในพื้นที่ทำให้ประชาชนสามารถหาซื้อปุ๋ยอินทรีย์ไปใช้ในการทำการเกษตรได้ในราคาถูกขึ้นและปุ๋ยที่ใช้ไม่มีสารพิษตกค้างทำให้เป็นการรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปได้ด้วย โดยส่วนใหญ่ปุ๋ยอินทรีย์ดังกล่าวถูกนำไปใช้ในการทำการเกษตรการทำนาข้าว,ทำสวนยางพาราและสวนผลไม้ในพื้นที่

เมื่อเสร็จจากกลุ่มปุ๋ยอินทรีย์คณะทั้งหมดเดินทางไปเยี่ยมชมแปลงเรียนรู้เกษตรอินทรีย์ของนายอุสัน บัวทอง หมู่ที่ 3 ตำบลเกาะยาวน้อย อำเภอเกาะยาว จังหวัดพังงา โดยมีลักษณะเป็นสวนมะพร้าว และสามารถเยี่ยมชมการเลี้ยงควายในทุ่งนาและต่อเนื่องด้วยการดูการทำนาข้าว 800 ไร่ได้อีกด้วย จากภาคการเกษตรคณะได้เดินทางต่อไปเยี่ยมชมด้านการประมง โดยชมกระชังการเลี้ยงกุ้งมังกรและเลี้ยงปลาชนิดต่างๆ ได้แก่ ปลาม่อง 150 บาท/ก.ก.,ปลาเก๋า 280 บาท/ก.ก.,ปลาช่อนทะเล 150 บาท/ก.ก. นอกจากนี้ยังมีปลาฉลามเสือ,ปลาหูช้าง ,ปลาดาว,ปลาฉลามหนู,แมงดาทะเล,ปลางัว และปลาสิงโตทะเล เป็นต้น

ทั้งนี้เมื่อคณะได้เยี่ยมชมกิจกรรมต่างๆจนครบเป็นที่เรียบร้อยจากนั้นได้เดินทางมาประชุมระดมความคิดเห็นบอกกล่าวปัญหาอุปสรรคร่วมสรุปข้อมูลเพื่อประเมินศักยภาพการท่องเที่ยวโดยชุมชนของชุมชนท่องเที่ยวบ้านเกาะยาวน้อยเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้นำข้อมูลไปใช้ในการพัฒนาบริหารจัดการการท่องเที่ยวของชุมชนท่องเที่ยวบ้านเกาะยาวน้อยให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นพร้อมในการที่จะรองรับนักท่องเที่ยวต่อไป

 

Comments are closed.