เร่งติดตามงบประมาณขอสนับสนุนเพิ่มเติม การก่อสร้าง ศาลากลางจังหวัดภูเก็ตแห่งใหม่

จังหวัดภูเก็ต เร่งติดตามงบประมาณขอสนับสนุนเพิ่มเติม การก่อสร้าง ศาลากลางจังหวัดภูเก็ตแห่งใหม่ พร้อมสิ่งก่อสร้างประกอบ (ระยะที่ 1) ล่าสุดมีหนังสือไปยังกระทรวงมหาดไทย ติดตาม วงเงิน 38,349,648 บาท เพื่อสมทบกับงบประมาณที่มีอยู่ ตามสัญญาจ้าง ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย

นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยถึงความก้าวหน้าการก่อสร้าง ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต พร้อมสิ่งก่อสร้างประกอบ (ระยะที่ 1) ว่า ตามที่จังหวัดภูเก็ตได้รับงบประมาณ 450,000,000 บาท (สี่ร้อยห้าสิบล้านบาทถ้วน) เพื่อดำเนินการโครงการก่อสร้างศาลากลางจังหวัดภูเก็ต พร้อมสิ่งก่อสร้างประกอบ (ระยะที่ 1) ผูกพัน 3 ปีงบประมาณ (2556-2558) โดยครั้งแรกมี ห้างหุ้นส่วนจำกัด ชุนเอี๋ยว ทีมร่วมค้า เป็นผู้ดำเนินการใน วงเงินจ้าง 449,900,000 บาท (สี่ร้อยสี่สิบเก้าล้านเก้าแสนบาทถ้วน) ตามเลขที่สัญญาจ้าง เลขที่ 61/2557 ลงวันที่ 9 กันยายน 2557 กำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จ 995 วัน (เริ่มสัญญาวันที่ 9 กันยายน 2557 สิ้นสุดวันที่ 31 พฤษภาคม 2560) และต่อมามีการขยายระยะเวลา จำนวน 2 ครั้ง ดังนี้ ครั้งที่ 1 ขยายระยะเวลาจนถึงวันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 (180 วัน) เนื่องจากมีการปรับแก้ไขเปลี่ยนแปลงห้องสำนักงาน ห้องประชุมชั้น 5 และการฉาบผิว Skim Coat ทับหน้าการฉาบปูน และครั้งที่ 2 ขยายระยะเวลาตามมติคณะรัฐมนตรีอีก 70 วัน (กรณีผู้ประกอบการได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้) จนไปสิ้นสุดสัญญาวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561
ต่อมาได้ดำเนินการบอกเลิกสัญญาจ้าง เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 เนื่องจากการก่อสร้างโครงการดำเนินไปอย่างล่าช้าไม่เป็นไปตามข้อกำหนดสัญญาจ้าง แต่ด้วยสภาพปัญหา ผู้รับจ้างไม่สามารถจัดหาเงินทุนมาเข้ามาดำเนินการก่อสร้างให้เป็นไปตามแผนงานได้ จึงเป็นสาเหตุหลักทำให้ขาดแรงงานช่างฝีมือในการทำงานเฉพาะด้านงานสถาปัตยกรรม ขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ในการดำเนินโครงการ และเนื่องจากระยะเวลาในการดำเนินการตามสัญญาจ้างได้สิ้นสุดลง เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 อีกทั้งหากจะดำเนินการต่อผู้รับจ้างจะต้องชำระค่าปรับในอัตรา ร้อยละ 0.10 ต่อวัน หรือวันละ 449,900 บาท ซึ่งหากจะดำเนินการให้แล้วเสร็จก็อาจจะต้องถูกปรับเกินกว่าวงเงินก่อสร้างที่เหลืออยู่ คณะกรรมการตรวจการจ้างได้พิจารณาแล้วเห็นว่าจังหวัดภูเก็ตได้ให้โอกาสแก่ผู้รับจ้างในการแก้ไขความบกพร่องของผู้รับจ้างเองมาเป็นระยะเวลานานพอสมควรแล้ว หากปล่อยให้ผู้รับจ้างดำเนินการก่อสร้างอย่างล่าช้าในลักษณะนี้ ก็จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ ประชาชน และชื่อเสียงของจังหวัดภูเก็ต ดังนั้นเพื่อประโยชน์ของทางราชการและประชาชนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต จึงมีมติให้บอกเลิกสัญญาจ้างตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 โดยมีการเบิกจ่ายงบประมาณ ดังนี้
กำหนดงวดงาน จำนวน 83 งวด เบิกจ่ายได้จำนวน 47 งวด เป็นเงิน 277,543,280 บาท (สองร้อยเจ็ดสิบเจ็ดล้านห้าแสนสี่หมื่นสามพันสองร้อยแปดสิบบาทถ้วน) ทั้งนี้ได้ดำเนินการริบหลักประกันสัญญาจ้าง ร้อยละ 5 ของวงเงินค่าจ้าง จำนวน 22,495,000 บาท (ยี่สิบสองล้านสี่แสนเก้าหมื่นห้าพันบาทถ้วน) และริบหลักประกันเงินล่วงหน้า จำนวน 11,976,338 บาท (สิบเอ็ดล้านเก้าแสนเจ็ดหมื่นหกพันสามร้อยสามสิบแปดบาทถ้วน) โดยมีเงินหลักประกันผลงาน ร้อยละ 10 ของค่าจ้างแต่ละงวด ซึ่งผู้รับจ้างได้นำหนังสือค้ำประกันมาเป็นหลักประกันแทน จำนวน 47 งวด เป็นเงินทั้งสิ้น 27,754,331 บาท (ยี่สิบเจ็ดล้านเจ็ดแสนห้าหมื่นสี่พันสามร้อยสามสิบเอ็ดบาทถ้วน) ทำให้ยังคงมี เงินงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรและคงอยู่ในระบบ GFMIS จำนวน 160,380,352 บาท (หนึ่งร้อยหกสิบล้านสามแสนแปดหมื่นสามร้อยห้าสิบสองบาทถ้วน)

การดำเนินงาน เพื่อแก้ปัญหาความล่าช้าภายหลังการยกเลิกบริษัทเดิม เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2562 จังหวัดภูเก็ตได้ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา โดยกิจการค้าร่วม วอล แอนด์ เทสโก ในราคา 196,000,000 บาท (หนึ่งร้อยเก้าสิบหกล้านบาทถ้วน) แต่เนื่องจากงบประมาณที่จังหวัดคงมีอยู่ไม่เพียงพอต่อการจัดหาผู้รับจ้าง จึงได้มีหนังสือขอทำความตกลงไปยังกรมบัญชีกลางเพื่อขอใช้เงินหลักประกันสัญญาและเงินประกันล่วงหน้าที่ได้ริบเอาไว้ แต่ปรากฏว่ากรมบัญชีกลางไม่เห็นชอบให้ใช้เงินดังกล่าว

ล่าสุด ขณะนี้จังหวัดภูเก็ต ได้มีหนังสือขอรับการสนับสนุนงบประมาณไปยังกระทรวงมหาดไทย เป็นเงิน 38,349,648 บาท (สามสิบแปดล้านสามแสนสี่หมื่นเก้าพันหกร้อยสี่สิบแปดบาทถ้วน) เพื่อมาสมทบกับงบประมาณที่อยู่ และลงนามในสัญญาจ้าง ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยต่อไป

Comments are closed.