มูลนิธิท้าวเทพกระษัตรีท้าวศรีสุนทร และสมาคมสืบสายสกุลย่าจันย่ามุก เข้าแจ้งความ ณ สถานีตำรวจภูธรถลาง

จังหวัดภูเก็ตร่วมกับอำเภอถลาง มูลนิธิท้าวเทพกระษัตรีท้าวศรีสุนทร และสมาคมสืบสายสกุลย่าจันย่ามุก เข้าแจ้งความ ณ สถานีตำรวจภูธรถลาง เพื่อดำเนินคดี ต่อผู้โพสต์ Facebook รายหนึ่งที่ทำการสร้างต่อเติมตัดต่อรูปภาพ ท้าวเทพกระษัตรีท้าวศรีสุนทร (ย่าจัน ย่ามุก ) ในลักษณะกระทำการลบหลู่วีรสตรีเมืองถลางและส่งข้อความอันเป็นการใส่ความด้วยถ้อยคำอันน่าจะทำให้เกิดการเข้าใจผิดแก่ประชาชนและเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงและส่งผลกระทบด้านจิตใจแก่ลูกหลานย่าจัน ย่า

เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 ณ ห้องรับรองศาลากลางจังหวัดภูเก็ตหลังใหม่ นายธนิต ประทีป ณ ถลาง กรรมการมูลนิธิท้าวเทพกระษัตรีท้าวศรีสุนทร พร้อมด้วย นายอุรุพงศ์ ประทีป ณ ถลาง นายกสมาคมสืบสายสกุลย่าจันย่ามุก, นายเดชาธร ประทีป ณ ถลาง เลขาธิการสมาคมสืบสายสกุลย่าจันย่ามุก และคณะ ได้เข้าพบ นายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เพื่อปรึกษาหารือกรณีมีผู้ใช้ Facebook รายหนึ่ง ได้ทำการสร้างต่อเติมตัดต่อรูปภาพ ท้าวเทพกระษัตรีท้าวศรีสุนทร (ย่าจัน ย่ามุก ) ในลักษณะกระทำการลบหลู่วีรสตรีเมืองถลางและส่งข้อความอันเป็นการใส่ความด้วยถ้อยคำอันน่าจะทำให้เกิดการเข้าใจผิดแก่ประชาชนและเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงและส่งผลกระทบด้านจิตใจแก่ลูกหลานย่าจัน ย่ามุก รวมทั้งเป็นการสร้างต่อเติมภาพและใช้ถ้อยคำส่งทางคอมพิวเตอร์โดยการโพสต์ ผ่านทางสื่ออิเลคทรอนิคส์อันเป็นการโฆษณาแก่ประชาชนทั่วไปทั่วราชอาณาจักรไทย ถือเป็นการหมิ่นประมาทให้เสียซึ่งเกียรติภูมิของท่านผู้เป็นวีรสตรีของ จังหวัดภูเก็ต และของชาติไทย ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะและเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวภูเก็ตและชาวไทย การกระทำของกลุ่มคนเหล่านี้ส่งผลต่อความรู้สึกของชาวภูเก็ต และประชาชนโดยทั่วกัน โดย นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตได้มอบหมายให้ นายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ให้คำปรึกษา เกี่ยวกับแนวทางการดำเนินการทางกฎหมายให้ถึงที่สุดต่อไป

จากนั้นเวลา 11:00 น. นายธนิต ประทีป ณถลาง กรรมการมูลนิธิท้าวเทพกระษัตรีท้าวศรีสุนทร,นายอุรุพงศ์ ประทีป ณ ถลาง นายกสมาคมฯ พร้อมด้วย นายเดชาธร ประทีป ณ ถลาง เลขาธิการสมาคมสืบสายสกุลย่าจันย่ามุก และคณะ ได้เดินทางนำเอกสารหลักฐานไปแจ้งความเพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษแก่ผู้โพส Facebook รายหนึ่ง ณ สถานีตำรวจภูธรถลาง เพื่อดำเนินคดีต่อผู้ใช้FACEBOOK รายหนึ่ง ที่ได้เผยแพร่ภาพบนสื่อคอมพิวเตอร์สังคมออนไลน์ (FACEBOOK) โดย ได้นำภาพอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร ที่เกิดจากการสร้างขึ้น ตัดต่อ เติม หรือดัดแปลงภาพใบหน้า ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นใด เป็นภาพใบหน้าของผู้หญิงที่ไม่สามารถระบุลักษณะตัวตนบุคคล นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้อันประการที่น่าจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของวีรชนทางประวัติศาสตร์ของประเทศที่ประชาชนบุคคลทั่วไปให้ความเคารพ นับถือ ตามจารีตขนบธรรมเนียมประเพณีของชุมชนท้องถิ่น ถูกดูหมิ่นเกลียดชังที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์จนก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชนในพื้นที่ เกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ และความมั่นคงในทางเศรษฐกิจ อันเป็นพฤติการณ์ที่เข้าข่ายความผิด ตามมาตรา 14(2) ประกอบมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยมีพ.ต.ท. อนุกูล หนูเกตุ รองผู้กำกับการ (สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรถลางและ พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรถลาง รับแจ้งความ

สำหรับการแจ้งความดำเนินคดีต่อผู้โพสต์ Facebook รายนี้ จังหวัดภูเก็ต, มูลนิธิท้าวเทพกษัตรีท้าวศรีสุนทร และ สมาคมสืบสายสกุลย่าจันย่ามุกมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการดำเนินคดีต่อผู้กระทำความผิดอย่างเด็ดขาด และเป็นการป้องกันปราบปรามระงับยับยั้งและแก้ไขหรือบรรเทาเหตุการณ์ ที่กระทบต่อความมั่นคงภายในจังหวัดจังหวัดภูเก็ต

Comments are closed.