สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) จังหวัดภูเก็ต ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่

จังหวัดภูเก็ตมีผู้ติดเชื้อยืนยัน โรคโควิด-19 จำนวน 227 ราย รักษาหายกลับบ้านได้ 223 ราย เสียชีวิต 3 ราย จำหน่าย 1 ราย ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่

วันที่ 26 มิถุนายน 2563 คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต ขอแจ้งให้ทราบว่า ณ วันที่ 25 มิถุนายน 2563 จังหวัดภูเก็ตไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ติดต่อกันมา33 วัน จัดเป็นจังหวัดที่มีความเสี่ยงต่ำ (รายล่าสุดวันที่ 23 พฤษภาคม 25563) โดยตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม – 25 มิถุนายน 2563 จังหวัดภูเก็ตมีผู้ติดเชื้อยืนยัน โรคโควิด-19 จำนวน 227 ราย รักษาหายกลับบ้านได้ 223 ราย เสียชีวิต 3 ราย จำหน่าย 1 ราย

จำนวน ผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อทางห้องปฏิบัติการทั้งหมด 13,828 ราย พบเชื้อ 227 ราย คิดเป็น ร้อยละ 1.64 แบ่งเป็น ผู้มีอาการเข้าเกณฑ์เฝ้าระวังสะสม 8,198 ราย พบเชื้อ 189 ราย คิดเป็นร้อยละ 2.31 อยู่ระหว่าง รอผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ จำนวน 11 ราย เป็นผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อจากการคัดกรองเชิงรุก 4,035 ราย พบเชื้อ 38 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.9 จากการเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง1,595 ราย ไม่พบผู้ติดเชื้อ

จังหวัดภูเก็ตให้การดูแลประชาชนที่เดินทางกลับจากต่างประเทศทุกคน โดยให้เข้าพักสถานที่กักกันจังหวัดจัดเตรียมไว้เป็นเวลา 14 วัน โดยตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2563 เริ่มมีคนไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศโดยผ่านช่องทางท่าเรือจังหวัดภูเก็ต และได้รับการดูแลกักกันตัว เข้าพักใน Local Quarantine ยอดสะสม 49 ราย ( รัสเซีย 16 ราย อินเดีย 15 ราย เกาหลี 8 ราย พม่า 9 ราย มาเลเซีย 1 ราย(PUI) ) ผลการตรวจคัดกรองสุขภาพยังไม่พบผู้ติดเชื้อ

วันที่ 15 มิถุนายน 2563 รัฐบาลประกาศการผ่อนคลายมาตรการระยะที่ 4 ยกเลิกเคอร์ฟิว และให้เปิดสถานบริการได้เพิ่มขึ้นจนเกือบสู่ภาวะปกติ สำหรับสถานที่เสี่ยงสูงเช่น ผับ บาร์ อาบอบนวด อยู่ในระยะวางแผนเข้าสู่การผ่อนคลายมาตรการระยะที่ 5 มีการประชาสัมพันธ์ ขอความร่วมมือประชาชนลงทะเบียนใน Platform ไทยชนะ เพื่อติดตามบุคคลในการป้องกัน ควบคุมการแพร่ระบาดของโรค กำหนดผู้ใช้บริการสแกน QR Code ในการใช้บริการสถานที่สาธารณะต่างๆ ผู้จะเข้าใช้บริการสามารถเช็คความแออัดของสถานที่ที่จะไปใช้บริการได้

เน้นย้ำการใช้ชีวิตประจำวันแบบชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) โดย มีข้อปฏิบัติ 9 ข้อ ดังต่อไปนี้

1. ใส่หน้ากากผ้า หรือหน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกจากบ้าน

2. พกเจลแอลกอฮอล์ไว้ล้างมือระหว่างวัน

3. ล้างมือบ่อยๆ โดยเฉพาะเมื่อออกจากห้องน้ำ หรือสัมผัสสิ่งของที่ใช้ร่วมกับผู้อื่น

 4. เว้นระยะห่างระหว่างบุคคลในทุกกิจกรรม

5. รับประทานอาหารของตนเอง ไม่รับประทานร่วมกัน

6. ชำระสินค้าผ่านแอปพลิเคชั่น หรืออินเตอร์เน็ตแบงก์กิ้ง ใช้เงินสดให้น้อยลง เพื่อหลีกเลี่ยงการจับธนบัตรหรือเหรียญ

7. สั่งสินค้าออนไลน์ และสั่งอาหารแบบเดลิเวอรี่

8. เปลี่ยนรูปแบบการออกกำลังกายเป็นประเภทที่ออกคนเดียวได้

9. เปลี่ยนรูปแบบการสื่อสารเป็นแบบออนไลน์ งดการรวมกลุ่มกันของบุคคลจำนวนมาก เช่น การประชุมผ่านออนไลน์แอปพลิเคชั่น

ขอให้ประชาชนอย่าเพิ่งวางใจ ไม่ประมาท การ์ดอย่าตก เตรียมใช้ชีวิตแบบ new normal เพื่อรองรับการเปิดสถานศึกษาและสถานบริการที่จะผ่อนปรนในระยะ 5 ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 นี้ และคาดว่ารัฐบาลจะยังคงประกาศใช้ภาวะฉุกเฉินต่อไป

Comments are closed.