สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) จังหวัดภูเก็ตไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่

จังหวัดภูเก็ตมีผู้ติดเชื้อยืนยันโรคโควิด-19 จำนวน 227 ราย รักษาหายกลับบ้านได้ 223 ราย เสียชีวิต 3 ราย จำหน่าย 1 ราย ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่

วันที่ 29 มิถุนายน 2563คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต ขอแจ้งให้ทราบว่า ณ วันที่ 28 มิถุนายน 2563 จังหวัดภูเก็ตไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ติดต่อกันมา 36 วัน (รายล่าสุดวันที่ 23 พฤษภาคม 25563) โดยตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม – 28 มิถุนายน 2563 จังหวัดภูเก็ตมีผู้ติดเชื้อยืนยันโรคโควิด-19 จำนวน 227 ราย รักษาหายกลับบ้านได้ 223 ราย เสียชีวิต 3 ราย จำหน่าย 1 ราย

จำนวนผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อทางห้องปฏิบัติการทั้งหมด 13,851 ราย พบเชื้อ 227 ราย คิดเป็น ร้อยละ 1.64 แบ่งเป็น ผู้มีอาการเข้าเกณฑ์ เฝ้าระวังสะสม 8,224 ราย พบเชื้อ 189 ราย คิดเป็นร้อยละ 2.30 อยู่ระหว่าง รอผลการตรวจ ทางห้องปฏิบัติการ จำนวน 2 ราย ตรวจหาเชื้อจากการคัดกรองเชิงรุก 4,035 ราย พบเชื้อ 38 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.9 จากการเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง 1,598 ราย ไม่พบผู้ติดเชื้อ

จังหวัดภูเก็ตให้การดูแลประชาชนที่เดินทางกลับจากต่างประเทศทุกคน โดยให้เข้าพักสถานที่กักกันจังหวัดจัดเตรียมไว้เป็นเวลา 14 วัน โดยตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2563 เริ่มมีคนไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศโดยผ่านช่องทางท่าเรือจังหวัดภูเก็ต และได้รับการดูแลกักกันตัว เข้าพักใน Local Quarantine ยอดสะสม 11 ราย (พม่า 10 ราย มาเลเซีย 1 ราย : PUI ) การตรวจคัดกรองสุขภาพ ยังไม่พบผู้ติดเชื้อ

วันที่ 15 มิถุนายน 2563 รัฐบาลประกาศการผ่อนคลายมาตรการระยะที่ 4 ยกเลิกเคอร์ฟิว และให้เปิดสถานบริการได้เพิ่มขึ้นจนเกือบสู่ภาวะปกติ สำหรับสถานที่เสี่ยงสูงเช่น ผับ บาร์ อาบอบนวด อยู่ในระยะวางแผนเข้าสู่การผ่อนคลายมาตรการระยะที่ 5 มีการประชาสัมพันธ์ ขอความร่วมมือประชาชนลงทะเบียนใน Platform ไทยชนะ เพื่อติดตามบุคคลในการป้องกัน ควบคุมการแพร่ระบาดของโรค กำหนดผู้ใช้บริการสแกน QR Code ในการใช้บริการสถานที่สาธารณะต่างๆ ผู้จะเข้าใช้บริการสามารถเช็คความแออัดของสถานที่ที่จะไปใช้บริการได้

เน้นย้ำการใช้ชีวิตประจำวันแบบชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) โดย มีข้อปฏิบัติ 9 ข้อ ดังต่อไปนี้

1. ใส่หน้ากากผ้า หรือหน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกจากบ้าน

2. พกเจลแอลกอฮอล์ไว้ล้างมือระหว่างวัน

3. ล้างมือบ่อยๆ โดยเฉพาะเมื่อออกจากห้องน้ำ หรือสัมผัสสิ่งของที่ใช้ร่วมกับผู้อื่น

4. เว้นระยะห่างระหว่างบุคคลในทุกกิจกรรม

5. รับประทานอาหารของตนเอง ไม่รับประทานร่วมกัน

6. ชำระสินค้าผ่านแอปพลิเคชั่น หรืออินเตอร์เน็ตแบงก์กิ้ง ใช้เงินสดให้น้อยลง เพื่อหลีกเลี่ยงการจับธนบัตรหรือเหรียญ

7. สั่งสินค้าออนไลน์ และสั่งอาหารแบบเดลิเวอรี่

8. เปลี่ยนรูปแบบการออกกำลังกายเป็นประเภทที่ออกคนเดียวได้

9. เปลี่ยนรูปแบบการสื่อสารเป็นแบบออนไลน์ งดการรวมกลุ่มกันของบุคคลจำนวนมาก เช่น การประชุมผ่านออนไลน์แอปพลิเคชั่น

ขอให้ประชาชนอย่าเพิ่งวางใจ ไม่ประมาท การ์ดอย่าตก เตรียมใช้ชีวิตแบบ new normal เพื่อรองรับการเปิดสถานศึกษาและสถานบริการที่จะผ่อนปรนระยะ 5 ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 นี้และคาดว่ารัฐบาลจะยังคงประกาศ ใช้ภาวะฉุกเฉินต่อไป

Comments are closed.