กรมทางหลวงดึงงบ 1750 ล้านบาทลงโครงการใหญ่แก้ไขปัญหาจราจรในพื้นที่ภูเก็ตรองรับการจราจรและการท่องเที่ยวที่เติมโตขึ้นตลอดเวลาคาด ไม่เกินปี 2563 ทุกโครงการสามารถก่อสร้างเสร็จสิ้น
นายสมัคร เลือดวงหัด ผู้อำนวยการแขวงการทางภูเก็ต กล่าวในโครงการผู้ว่าพบสื่อมวลชนจังหวัดภูเก็ตเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2558 ถึงเรื่องโครงการแก้ไขปัญหาการจราจรในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตโดยมีนายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตเป็นประธาน ว่า ขณะนี้จังหวัดภูเก็ตได้รับการจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาลโดยกรมทางหลวงประมาณ 1750 มาดำเนินการแก้ไขปัญหาจราจรใน 4 โครงการใหญ่ๆ ที่สำคัญ ประกอบด้วย
โครงการแรกเป็นโครงการก่อสร้างทางลอดจุดตัดทางหลวงหมายเลข 4024 กับ 4028 กับถนนเทศบาลบริเวณ 5 แยกฉลอง โดยจุดการก่อสร้างเริ่มต้นที่หน้าวัดฉลองไปยังราไวย์ โดยใช้งบประมาณ จำนวน 550 ล้านบาท เป็นงบกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 2 ประจำปี 2558 ซึ่งอยู่ระหว่างการเซ็นกับผู้รับเหมาหลังการเซ็นสัญญาแล้วจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างใช้เวลาประมาณ 780 วัน
โครงการที่ 2 จะสร้างเป็นโครงการก่อสร้างทางลอดจุดตัดทางหลวงหมายเลย 402 กับ 402 บริเวณแยกบางคู ตำบลเกาะแก้ว โดยจะสร้างเป็นอุโมงค์ยาว 790 เมตรจากสะปำไปยังหน้าโรงเรียนมุสลิมวิทยาภูเก็ตและจะมีการปรับถนนต่อเนื่องไปจนถึงบ้านเกาะแก้วใช้งบกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 2 ปี 2558 จำนวน 600 ล้านโดยอยู่ระหว่างการเซ็นสัญญาก่อสร้างกับผู้รับเหมาหลังเซ็นสัญญาจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 720 วัน
โครงการที่ 3 เป็นโครงการก่อสร้างจุดกลับรถต่างระดับทางหลวงหมายเลข 402 กม.29+850 บริเวณทางเข้าสนามบินสายเก่า งบประมาณ 100 ล้านบาท
โครงการที่ 4 โครงการก่อสร้างจุดกลับรถต่างระดับทางหลวงหมายเลย 402กม.39+000 บริเวณเกาะแก้ว-ท่าเรือ งบประมาณ 100 ล้านบาท
แต่เนื่องจากโครงการที่ 3 และโครงการที่ 4 ยังไม่มีบริษัทเข้าประมูลกรมทางหลวงจึงต้องจัดทำทีโออาร์ใหม่ คาดว่าจะประมูลได้ประมาณเดือนสิงหาคมนี้
นอกจากนี้ยังมีโครงการก่อสร้างทางลอดจุดตัดทางหลวงหมายเลข 402 กับ4026 กม.+706 บริเวณแยกสนามบินเมืองใหม่ เป็นงบประมาณ ตาม พรบ.ปีงบประมาณ 2559 มูลค่าก่อสร้าง 400 ล้านบาทโดยจุดนี้ผู้ที่เดินทางจากตัวเมืองภูเก็ตมุ่งสู่จังหวัดพังงาสามารถผ่านได้เลยโดยไม่ต้องติดไฟแดง
อย่างไรก็ตามโครงการทั้งหมดคาดว่าจะแล้วเสร็จไม่เกินปี 2563 จะทำให้การจราจรในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตคล่องตัวขึ้นเป็นอย่างมากลดปัญหาอุบัติเหตุต่างๆบนท้องถนน ส่งเสริมการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวทั้งในระดับจังหวัดและระดับประเทศให้ดียิ่งขึ้นไป.

