การจ่ายไฟผ่านสายเคเบิลใต้น้ำระบบ 33 kV ไปยังเกาะนาคาใหญ่และเกาะมะพร้าว

11899744_1624234207794168_2480120526532014983_n

11951666_1624234294460826_4093835114869593089_o

11875151_1624234281127494_42597245121745157_o

11864832_1624234341127488_3081587046836906320_o

11892480_1624234367794152_5382661311032526593_o

PEA ทุ่ม 112 ล้านบาทผลิตจ่ายไฟผ่านสายเคเบิลใต้น้ำไปยังเกาะนาคาใหญ่และเกาะมะพร้าวจังหวัดภูเก็ต

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม  2558   เวลา 14.40 น. ที่บริเวณแหลมหิน อ. เมือง จ. ภูเก็ต นายเสริมสกุล คล้ายแก้ว ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ PEA เป็นประธานในพิธีเปิดการจ่ายไฟผ่านสายเคเบิลใต้น้ำระบบ 33 kV ไปยังเกาะนาคาใหญ่และเกาะมะพร้าว โดยมี นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต คณะผู้บริหารการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เข้าร่วม

นายเสริมสกุล คล้ายแก้ว กล่าวว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ได้ลงทุนก่อสร้างระบบจำหน่ายด้วยสายเคเบิลใต้น้ำระบบ 33 kV เพื่อส่งจ่ายกระแสไฟฟ้าไปยังเกาะมะพร้าวและเกาะนาคาใหญ่ จ. ภูเก็ต เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่มีไฟฟ้าใช้อย่างเพียงและสามารถตอบสนองต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและธุรกิจการท่องเที่ยวบนพื้นที่เกาะมะพร้าวตามนโยบายของรัฐบาล ทั้งนี้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคดำเนินโครงการก่อสร้างระบบจำหน่ายด้วยสายเคเบิลใต้น้ำไปยังเกาะมะพร้าวและเกาะนาคาใหญ่ จ. ภูเก็ตใช้เงินลงทุน 112 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ก่อสร้างสายเคเบิลใต้น้ำระบบ 33 kV ขนาด 120 ตร.มม. ชนิด XLPE จำนวน 1 วงจร ระยะทาง 1,181 เมตรจากฝั่งบ้านแหลมหินไปยังเกาะมะพร้าว รองรับโหลดสูงสุด 14 MW และก่อสร้างสายเคเบิลใต้น้ำระบบ 33 kv ขนาด 120 ตร.มม. ชนิด XLPE จำนวน 1 วงจร ระยะทาง 3,040 เมตรจากท่าเทียบเรืออ่าวปอไปยังเกาะนาคาใหญ่ รองรับโหลดสูงสุด 14 MW ซึ่งการดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมทดสอบ เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 2558 และเริ่มจ่ายไฟให้ผู้ใช้ไฟในพื้นที่เกาะนาคาใหญ่ จ. ภูเก็ต ตั้งแต่วันที่ 23 พ.ค. 2558 และเกาะมะพร้าวตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค. 2558 ทั้งนี้ กฟภ. ได้ว่าจ้างมหาวิทยาลัยรามคำแหง จัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE) ก่อนการก่อสร้างและได้จัดทำมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมทั้งในระหว่างการก่อสร้างและหลังการก่อสร้างแล้วเสร็จ สำหรับการก่อสร้างระบบจำหน่ายด้วยสายเคเบิลใต้น้ำไปยังเกาะนาคาใหญ่และเกาะมะพร้าว จ. ภูเก็ต เป็นการขยายเขตระบบไฟฟ้าให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ในประเทศไทย อันเป็นภารกิจหลักของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคทั้งพื้นที่ในเมือง พื้นที่ชนบท พื้นที่การเกษตรและพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศและเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเพิ่มขีดความสามารถและความมั่นคงของระบบไฟฟ้าทำให้สามารถจ่ายไฟให้กับประชาชนบนเกาะได้อย่างเพียงพอ มีประสิทธิภาพและมีความเชื่อถือได้ลดปัญหาไฟตกไฟดับ และลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากโรงจักรดีเซลในการผลิตกระแสไฟฟ้า ที่ต้องใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณ นอกจากนี้หากเกิดกรณีฉุกเฉิน การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคยังสามารถใช้งานโรงจักรดีเซล เพื่อผลิตไฟฟ้าสำรองและจ่ายไฟคืนให้กับประชาชนได้อย่างเพียงพออีกด้วย