การบังคับใช้กฎหมายทำประมงอย่างจริงจัง

DSC_1946

DSC_1945

DSC_1930

DSC_1952

DSC_1955

DSC_1975

DSC_1943

ศรชล.เขต 3 สมาคมประมงฯ ภาครัฐร่วมกำหนดแนวทางการบังคับใช้กฎหมายประมงตามนโยบายของ ผบ.ศปมผ.หลังกำหนดให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังตั้งแต่วันที่ 1กรกฎาคม 58 เป็นต้นไป ขณะที่ ผบช.ภ.3 ขอบคุณประมงทุกฝ่ายที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แม้จะมีความคิดเห็นที่แตกต่างออกไป ที่ผ่านมายังไม่มีการเคลื่อนไหวที่จะทำให้เกิดผลกระทบในภาพรวม

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม  2558  ที่โรงแรมรอยัลภูเก็ตซิตี้ อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต พลเรือโทสายันต์ ประสงค์สำเร็จ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 เป็นประธานการประชุมเรื่อง การกำหนดแนวทางในการบังคับใช้กฎหมายการทำประมงผิดกฎหมาย IUU Fishing ในพื้นที่ ศรชล.เขต 3 ที่มีการบังคับใช้กฎหมายตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 58 เป็นต้นไป รวมทั้งพิจารณาแนวทางในการแก้ไขปัญหาร่วมกันต่อไป มีตัวแทนจากสมาคมประมง ผู้ประกอบการ เจ้าของท่าเรือ และแพปลาต่าง ตลอดจนหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ทั้งจากสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต หน่วยสืบสวนปราบปรามภูเก็ต กรมศุลการกร ด่านศุลกากร ฯลฯ ร่วมประชุม ทางสมาคมประมงแต่ละหน่วยได้ให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเรื่องผลกระทบจากการบังคับใช้กฎหมาย และการพิจารณาจำนวนลูกเรือประมงทำการประมงในทะเล ขณะที่เจ้าท่าฯชี้แจงเรื่องการกำหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหาเรือ TAI SHAN และศูนย์ PIPO ได้ชี้แจงเรื่องการกำหนดตำบลท่าเรือที่ใช้เป็นจุดในการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ PIPO

พลเรือโทสายันต์ ประสงค์สำเร็จ ผบช.ภ.3 กล่าวว่า สำหรับการประชุมครั้งนี้เพื่อกำหนดแนวทางในการบังคับใช้กฎหมายที่จะต้องดำเนินการตามนโยบายของ ผบ.ศปมผ.ที่กำหนดให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 58 คือตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทั้งนี้ที่ผ่านมาตนต้องขอบคุณหน่วยงานราชการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และสมาคมประมงทุกจังหวัดรวมทั้งศูนย์ควบคุมการรายงานเรือประมงผ่านเข้า-ออก ประจำพื้นที่ต่างๆ ที่ได้ร่วมมือร่วมใจในการแก้ไขปัญหาการทำผิดกฎหมายประมง IUU อย่างเต็มขีดความสามารถ เพื่อที่จะทำให้ประเทศไทยถูกปลดล็อกจากการที่ได้รับใบเหลืองจากกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป หรือ EU โดยสะท้อนผลสำเร็จได้จากสถิติการแจ้งการรายงานการผ่านเข้า-ออกของเรือประมงในพื้นที่ต่างๆ ที่มีสถิติและจำนวนมากขึ้น การจดแจ้งแก้ไขทะเบียนเรือ การพยายามแก้ไขเรื่องอาชญาบัตร การจ้างงานแรงงานทำงานบนเรือประมง และการสำรวจสำมโนประชากรเรือประมงในพื้นที่ที่สามารถดำเนินการได้ทันตามกรอบเวลาที่กำหนด เป็นทิศทางที่ดีที่จะทำให้การแก้ไขปัญหามีความเป็นรูปธรรม และเกิดผลดีต่อความยั่งยืนของทรัพยากรสัตว์น้ำ รวมทั้งภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศชาติ

การดำเนินการแก้ไขปัญหาย่อมส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ เจ้าของท่าเรือและแพปลาต่างๆ แต่ขอชี้แจงให้ทราบว่า กองทัพเรือเป็นเพียงหน่วยงานหนึ่งที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้เข้ามาจัดการแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น และสะสมเป็นเวลานานให้เป็นระบบ และความเป็นมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับ โดยการเข้ามาทำงานในครั้งนี้ไม่ได้มีเจตนาหรือมีอคติต่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ดำเนินการภายใต้ผลประโยชน์และความมั่นคงของประเทศเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตามต้องขอขอบคุณทางฝ่ายประมงทุกฝ่ายที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ถึงแม้จะมีความคิดเห็นที่แตกต่างออกไป ที่ผ่านมายังไม่มีการเคลื่อนไหวที่จะทำให้เกิดผลกระทบในภาพรวม

อย่างไรก็ตามทุกความคิดเห็นและทุกข้อเสนอแนะที่มีการนำเสนอผ่านที่ประชุม หากเป็นการดำเนินการที่สามารถดำเนินการโดยศรชล.เขต 3 ได้ จะเร่งรัดให้ดำเนินการทันที แต่หากเป็นเรื่องในระดับนโยบายและเกี่ยวกับหน่วยงานอื่น ก็จะให้ฝ่ายอำนวยการ ศรชล.เขต 3 ที่เกี่ยวข้องประสานหรือเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที “วันนี้เป็นวันแรกของการเข้มงวดในการปฏิบัติตามกฎหมาย ปัญหาหลักๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมเจ้าท่า ในเรื่องของการสำรวจจำนวนเรือ และความถูกต้องของทะเบียนเรือ ซึ่งในส่วนนี้ได้รับความร่วมมือในการแก้ปัญหาค่อนข้างดี และกรมประมง ในเรื่องของ อาชญาบัตร พบว่าจำนวนเรือที่มากกว่า 30 ตัน มีอาชญาบัตรไม่ถูกต้องอยู่ประมาณ ครึ่งหนึ่ง ของจำนวนเรือที่ถูกต้อง ซึ่งในส่วนนี้ต้องแก้ไขปัญหาที่ระดับนโยบายและในขณะนี้ชาวประมงที่คิดว่าตัวเองยังไม่ถูกต้องทั้งหมดยังไม่กล้าออกเรือ เพราะโทษตาม พ.ร.บ.การประมง ปี พ.ศ.2558 ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 27 มิ.ย.58 เป็นโทษค่อนข้างสูง และคงต้องมีการหารือกำหนดนโยบายในส่วนนี้ให้ชัดเจนอีกครั้งนึ่ง

“ส่วนด้านการแก้ไขปัญหาด้านแรงงานประมง ได้มอบหมายให้ฝ่ายปกครอง และฝ่ายกระทรวงแรงงาน พิจารณาในเรื่องของการเชื่อมฐานข้อมูล เพื่อเป็นการพิสูจน์ทราบที่ชัดเจนมากขึ้น ในเรื่องของการขึ้นทะเบียน และเพื่อลดปัญหาการมีบัตรซ้ำซ้อนของแรงงาน หากเราไม่ทราบฐานข้อมูลที่ชัดเจน ก็จะไม่สามารถทราบจำนวนแรงงานที่ชัดเจน เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามในวันพรุ่งนี้ จะมีการประชุม ศปมผ.ที่กรุงเทพ เพื่อหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาด้านของอาชญาบัตร และด้านปัญหาแรงงานประมงต่อไป” พล.ร.ท.สายันต์ กล่าว

ขณะที่นายสมยศ วงศ์บุญยกุล นายกสมาคมประมงจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงผลกระทบจากการบังคับใช้กฎหมายประมง ตามนโยบายของ ผบ.ศปมผ.หลังมีการกำหนดให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังกับเรือประมงผิดกฎหมายหรือผิดประเภท ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 58 เป็นต้นไป ว่า ปัญหาใหญ่ตอนนี้คือเรื่องอาชญาบัตร เพราะใบอนุญาตใช้เรือ ทะเบียนเรือ ใบประกาศนียบัตรช่างเครื่อง นายท้ายเรือ ทางกรมเจ้าท่าได้อำนวยความสะดวกมาก ให้รีบดำเนินการทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย ทุกอย่างทำได้หมดยกเว้นเรื่องของอาชญาบัตร ซึ่งทางสมาคมประมงแห่งประเทศไทย ก็พยายามผลักดันเรื่องนี้ว่าจะให้ผู้ประกอบการเรือประมงทำอย่างไรต่อไปในเมื่อรัฐบาลมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น ไม่มีการผ่อนผันแต่อย่างใด โดยในส่วนของภูเก็ตมีเรือประมงที่ติดปัญหาอาชญาบัตรซึ่งเป็นเรืออวนลาก ประมาณกว่า 100 ลำต้องหยุดออกทำการประมงชั่วคราว ตรงส่วนนี้จะกระทบกับแรงงาน ประมาณ 800 คน ซึ่งจะกระทบต่อเนื่องไปยังแรงงานที่อยู่บนฝั่ง อย่างแพปลาด้วย อย่างไรก็ตามการแก้ไขปัญหาให้กับเรือประมงอวนลากที่ยังออกใบอาชญาบัตรให้ไม่ได้ นั้น ซึ่งเป็นอาชญาบัตรที่ปิด เนื่องจากมีเครื่องมือที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง ต้องเป็นระดับนโยบายว่า รัฐจะนิรโทษกรรมอาชญาบัตรเรืออวนลากใหม่ ให้เราหรือไม่ ก็ต้องฝากความหวังไว้ที่ภาครัฐ เพื่อให้เรือประมงเหล่านี้สามารถออกทำการประมงได้เหมือนเดิมต่อไป ซึ่งตอนนี้เรือประมงที่ติดปัญหาทั้งหมดได้ไปจอดอยู่ที่บริเวณเกาะตะเภาน้อย ตามที่ทางกรมเจ้าท่ากำหนดให้นำเรือไปจอด เพื่อไม่ให้กีดขวางการจราจรทางน้ำ