การป้องกันและปราบปรามการบุกรุกทำลายป่า

13701212_1722065518011036_2531527288605316110_o

13735631_1722065521344369_8344953142054831991_o

13710416_1722065524677702_5758629902667028928_o

จังหวัดภูเก็ตติดตามความคืบหน้าการป้องกันและปราบปรามการบุกรุกทำลายป่า

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม  2559  ที่ห้องประชุมสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการป้องกันและปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่าระดับจังหวัด (คปป.จ.) ภูเก็ต โดยมีนายเกษม สุขวารี ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต นายปัญญา สว่างเดือน ปฏิรูปที่ดินจังหวัดภูเก็ตและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี กล่าวว่า การประชุมในวันนี้เป็นการติดตามการทำงานของหน่วยงานต่าง ๆ เมื่อวันที่ 12-13 กรกฏาคมที่ผ่านมา ในการป้องกันและปราบปรามการบุกรุกป่าในจังหวัดภูเก็ต โดยได้มีการตัดต้นยางพาราและผลอาสินอื่น ๆ ที่ถูกบุกรุกบริเวณสวนป่าบางขนุน อำเภอถลาง นอกจากนี้ยังมีการปลูกป่าจำนวน 400 ต้นในพื้นที่สวนป่าบางขนุน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการใช้มาตรา 25 ในการรื้อถอนผลอาสินและได้มีการเข้าไปฟื้นฟูโดยการปลูกป่าตามโครงการปลูกป่าในใจคนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในโอกาสมหามงคลเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ 70 ปี 9 มิถุนายน 2559 และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 12 สิงหาคม 2559

ส่วนของคดีของหน่วยงานที่ดำเนินการด้านการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมประจำปีงบประมาณ 2559 ตั้งแต่เดือนตุลาคม 255 8 –กรกฏาคม 2559 มีทั้งหมด 49 คดี โดยประเภทการบุกรุกแผ้วถางทำลายป่าเพื่อยึดถือครอบครองที่ดิน (ป่าบก) จำนวน 24 คดี และประเภทการบุกแผ้วถางเพื่อยึดถือครอบครองที่ดิน (ป่าชายเลน) 24 คดี และอื่น ๆ (สัตว์) 1 คดี ในส่วนของคดีที่เกี่ยวกับการบุกรุกอุทยานแห่งชาติสิรินาถทางเจ้าหน้าที่ก็ได้มีการทำงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบางคดีทางกรมสอบสวนรับเป็นคดีพิเศษแล้วและบางส่วนอยู่ระหว่างดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ทางรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้เน้นย้ำเรื่องการป้องกันและบุกรุกป่าทั้งป่าชายเลนและป่าสงวนแห่งชาติ ต้องมีการดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่กับจังหวัดภูเก็ตไม่ให้ถูกทำลายหรือบุกรุกพื้นที่อีกต่อไป