ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดภูเก็ต แถลงข่าวชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดภูเก็ต และโครงสร้างองค์กร
เมื่อ 26 สิงหาคม 2559 ที่ห้องประชุมโรงเรียนมุสลิมวิทยาภูเก็ต ต.เกาะแก้ว อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายมาโรจน์ ทองย่น ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย รองประธานและคณะกรรมการฯ อาทิ นายบัณฑิต ไชยสิทธิ์ นายศรีรัช เกตุเมือง นายสันติ เกาะกาวี นายสมาน คนึงการ นายวิรชาติ คะหะปะนะ นายปันยา สำเภารัตน์ นายเทศมนตรีตำบลป่าคลอก เป็นต้น ร่วมกันแถลงข่าวชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดภูเก็ต และโครงสร้างองค์กร หลังจากคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ได้แจ้งคำวินิจฉัยตามมติที่ประชุมคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2559 ที่ผ่านมา
การประชุมวิสามัญของคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2559 ซึ่งมีมติเปลี่ยนแปลงผู้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และเลขานุการ ถูกต้อง ชอบด้วยกฎหมาย และกรรมการผู้ได้รับเลือกจากกรรมการด้วยกันเองในคราวประชุมดังกล่าวก็สามารถดำรงตำแหน่งได้ตั้งแต่วันที่ที่ประชุมมีมติ หลังจากที่ประเด็นดังกล่าวคลุมเครือมาระยะหนึ่ง ทั้งนี้ได้มีการชี้แจงว่า ตามหนังสือที่อ้างถึง คณะกรรมอิสลามประจำจังหวัดภูเก็ต ขอหารือแนวทางในการปฏิบัติตามระเบียบคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย และขอให้พิจารณาวินิจฉัยประเด็นต่างๆ ซึ่งมีรายละเอียดตามหนังสือที่อ้าง
คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย พิจารณาแล้วเห็นว่า ประเด็นต่างๆ ที่ขอหารือ และให้วินิจฉัยนั้นมีประเด็นที่สำคัญ คือ ประเด็นเกี่ยวกับกรณีที่คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดภูเก็ต ประชุมวิสามัญมีมติเปลี่ยนแปลง และแต่งตั้งให้กรรมการอิสลามประจำจังหวัดภูเก็ต ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และเลขานุการ ถูกต้อง และชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ได้ตรวจสอบเอกสารเรื่องดังกล่าวแล้ว และได้นำเข้าพิจารณาในการประชุม ครั้งที่ 8/2559 เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2559 ที่ประชุมพิจารณาแล้วมีมติวินิจฉัยเป็นเอกฉันท์ ว่า การที่คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดภูเก็ต ทำการเปิดประชุมวิสามัญ เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2559 ย่อมดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ที่ประชุมมีมติเป็นต้นมา และเมื่อพิจารณาในประเด็นนี้ซึ่งครอบคลุมประเด็นอื่นได้ทั้งหมดแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องพิจารณาประเด็นอื่นอีก เพราะมิได้ผลทำให้มติการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งกรรมการอิสลามประจำจังหวัดภูเก็ต ที่ชอบด้วยกฎหมาย และตามระเบียบ กอท.แล้วเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น

