รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เผยหลังการประชุมรับทราบการปฏิบัติงานและปัญหาข้อขัดข้องเกี่ยวกับการแก้ปัญหาการอพยพเข้ามาในน่านน้ำไทยของชาวโรฮินจา มี 2 กรณี ที่ต้องดูแลคือกลุ่มที่อยู่ในทะเลซึ่งทางประเทศไทยที่ต้องช่วยเหลือและผู้ที่ลักลอบเข้ามาที่ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย
เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2558 เวลา 09.45 น. ที่ห้องประชุมทัพเรือภาคที่ 3 ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พล ร อ. ไกรสร จันทร์สุวานิช ผู้บัญชาการกองทัพเรือ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.เอก เอกอังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และคณะ ร่วมประชุมรับทราบการปฏิบัติงานและปัญหาข้อขัดข้องเกี่ยวกับการแก้ปัญหาการอพยพเข้ามาในน่านน้ำไทยของชาวโรฮินจา โดยมี พล.ร.ท.สายันต์ ประสงค์สำเร็จ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 และผู้ว่าราชการจังหวัดอีก 5 จังหวัดฝั่งอันดามัน ได้แก่ ภูเก็ต พังงา กระบี่ สตูล และระนอง ฝ่ายปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าบันทึกภาพและร่วมฟังการประชุมแต่อย่างใด
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังการประชุมร่วมกับคณะที่เกี่ยวข้อง ว่า ภารกิจวันนี้เป็นการมาติดตามการแก้ปัญหาผู้อพยพชาวโรฮินจา ซึ่งในห้วงที่ผ่านมา มี 2 ประเด็นหลัก คือ กรณีแรก กลุ่มที่อยู่ในทะเลซึ่งทางประเทศไทยได้ให้ความดูแลช่วยเหลือกับกลุ่มที่ 2 อยู่บนบกซึ่งมีการลักลอบเข้ามา และอยู่ระหว่างการดำเนินคดีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เช่น ที่ อ.สะเดา จ.สงขลา เป็นต้น ซึ่งขณะนี้ได้มีการออกหมายจับไปแล้ว 65 ราย และในจำนวนดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่ที่ถูกออกหมายจับด้วย จำนวน 3 ราย ซึ่งในจำนวนดังกล่าวจับกุมได้แล้ว 28 ราย และมีบางส่วนอยู่ระหว่างติดต่อเพื่อขอมอบตัว “กรณีกลุ่มที่อยู่ในทะเลในห้วงที่ผ่านมาทางกองทัพเรือ โดยทัพเรือภาคที่ 3 ซึ่งจะดูว่า กรณีที่อยู่น่านน้ำไทยก็จะแจ้งให้เขาทราบว่าหากเข้ามาน่านน้ำไทยก็จะมีกฎหมายเกี่ยวกับการหลบหนีเข้าเมืองและจะต้องถูกต้องดำเนินคดี โดยเฉพาะกรณีที่มีเจตนาที่จะเข้ามาในไทยก็จะต้องถูกดำเนินคดี ยกเว้นกรณีที่ต้องการเดินทางไปยังประเทศที่ 3 แต่มีปัญหาเครื่องยนต์เรือเสีย หรือไม่มีน้ำมันเชื้อเพลิงหรือขาดแคลนอาหาร รวมทั้งกรณีเจ็บป่วยเราก็จะช่วยเหลือดูแลตามหลักสิทธิมนุษยชน ซึ่งได้มีการดำเนินการอย่างเรียบร้อย และทางผู้บัญชาการทัพเรือภาค 3 โดยเฉพาะกรณีที่เจ็บป่วยหนักซึ่งเราก็ให้ความช่วยเหลือนำขึ้นฝั่งมาทำการรักษา แต่หากเจ็บป่วยเล็กน้อยก็จะหาอาหารและยาให้อย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นการดำเนินการไปตามหลักสากล เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน”
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ กล่าวด้วยว่า นอกจากนนี้ยังได้มีการชี้แจงแนวทางการปฏิบัติให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในฝั่งอันดามันได้รับทราบ และเป็นเรื่องที่ผู้ว่าฯ จะต้องไปชี้แจงแนวทางในทุกเรื่องเกี่ยวกับการหลบหนีเข้าเมือง และในเรื่องของการค้ามนุษย์ต่อจากนี้จะต้องไม่มีอย่างเด็ดขาด ส่วนแหล่งพักผิงนั้นขณะนี้ยังไม่มี ซึ่งทางผู้ว่าฯ ระนองได้แจ้งแล้วว่าไม่มีพื้นที่ เพียงแต่ต้องการดูว่าจุดไหนจะควบคุมตัวได้ แต่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยตำรวจตรวจคนเข้าเมืองยังสามารถดูแลได้ ซึ่งปัจจุบันมีชาวโรฮินจาที่อยู่ในการควบคุมดูแลของเจ้าหน้าที่ไทย จำนวนประมาณกว่า 1,000 คน ส่วนของงบประมาณที่ใช้นั้นตนไม่ได้ดูแลในส่วนนี้ แต่ในส่วนของสหประชาชาติ หรือ UNSCR ก็ได้ช่วยดูแลในส่วนนี้อยู่ด้วย
ต่อคำถามที่ว่า ณ วันนี้ประเทศไทยเรายังคงมีการผลักดันกลุ่มโรฮินจาออกไป ซึ่ง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า พูดได้อย่างไรว่าผลักดัน พูดไม่ถูก เราไม่ได้ผลักดัน พูดได้อย่างไรว่าผลักดัน ผมไม่ได้ผลักดันแต่เป็นการดำเนินการตามกฎหมาย เป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยธรรม อย่าถามอย่างนี้ประเทศไทยไม่ผลักดันใครทั้งนั้น แต่เราทำตามความต้องการของเขา จะถามเรื่องผลักดันไม่ได้ เราไม่ผลักดันใครทั้งนั้น เรื่องสิทธิมนุษยชนต้องเป็นเรื่องใหญ่ และมีความสำคัญจะต้องดูแล ส่วนกรณีแนวคิดการเชิญประเทศต่างๆ ทั้งต้นทาง กลางทางและปลายทาง มาประชุมร่วมกัน เพื่อหาทางออกและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ซึ่งเบื้องต้นมี 15 ประเทศ เนื่องจากมีทั้งประเทศต้นทาง กลางทางและปลายทาง ซึ่งจะต้องมีพูดคุยหารือกันว่าจะดำเนินการอย่างไรในการช่วยเหลือกันในเรื่องเหล่านี้ ส่วนกรณีที่ประเทศเมียร์มาจะไม่เข้าร่วมประชุมนั้นเรื่องนี้ตนยังไม่ทราบ ซึ่งเรื่องนี้อยู่ในความดูแลของรองนายกรัฐมนตรีด้านการต่างประเทศ กรณีคำถามที่ว่าปัญหาใหญ่ในเรื่องนี้ คือ อะไร ซึ่ง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ถือเป็นปัญหาใหญ่ แต่เป็นปัญหาที่จะต้องร่วมกันแก้ไข เป็นเรื่องของเพื่อนมนุษย์ที่มีปัญหาลำบาก และเมื่อเขาเดือดร้อนเข้ามาเราต้องช่วยดูแล หากเขาต้องการเดินทางไประเทศที่ 3 เราก็จะช่วยดำเนินการตามกฎหมายและหลักสากล โดยขณะนี้เรือของกลุ่มโรฮินจานั้นไม่มีในน่านน้ำไทย ซึ่งในการช่วยเหลือต่างๆ เราก็มีความชัดเจน และเราไม่ได้มีการผลักดันใคร ซึ่งการเดินทางต่อไปประเทศที่ 3 นั้นเป็นความต้องการของเขาเอง และในการตั้งคำถามต่างๆ นั้นก็ต้องระมัดระวังด้วย เพราะจะเกิดความเสียหายต่อประเทศ ทั้งนี้ในการดำเนินการต่างๆ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ไม่ได้เน้นย้ำอะไร โดยทุกฝ่ายทำตามระเบียบและกฎหมายเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ รวมถึงข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี

