อบจ.ภูเก็ต ส่งเสริมการฝึกอบรมสร้างพลังชีวิตเพื่อสุขภาพ โดยเทคนิคเต้าเต๋อซิ่นซี รุ่นที่ 2 หัวข้อ “งานอาสาสมัครเต้าซิ่นเพื่อมวลชน”
เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2558 เวลา 09.00 น. นายมนู เขียวคราม สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดกิจกรรมฝึกอบรมสร้างเสริมสุขภาพโดยเทคนิคเต้าเต๋อซิ่นซี รุ่นที่ 2 ตาม “โครงการฝึกอบรมเทคนิคสร้างพลังชีวิตเพื่อสุขภาพ โดยเทคนิคเต้าเต๋อซิ่นซี” หัวข้อ “งานอาสาสมัครเต้าซิ่นเพื่อมวลชน” ซึ่งจัดอบรมขึ้นในระหว่างวันที่ 21-24 สิงหาคม 2558 ณ วัดสีลสุภาราม ตำบลฉลอง อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต โดยมี นายอวยพร สกุลตัน ผู้อำนวยการกองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบจ.ภูเก็ต พร้อมด้วย ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ อบจ.ภูเก็ต เข้าร่วม
ในการนี้ อบจ.ภูเก็ต ได้จัดโครงการฝึกอบรมเทคนิคสร้างพลังชีวิตเพื่อสุขภาพ โดยเทคนิคเต้าเต๋อซิ่นซี จำนวน 2 รุ่น ซึ่งในครั้งนี้ เป็นการฝึกอบรม รุ่นที่ 2 มีสมาชิกแกนนำสร้างเสริมสุขภาพเข้ารับการฝึกอบรม จำนวนทั้งสิ้น 100 คน โดยได้รับความอนุเคราะห์คณะวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิด้านเทคนิคเต้าเต๋อซิ่นซี จากมูลนิธิเต้าเต๋อซิ่นซี ประกอบด้วยสาระสำคัญ ได้แก่ การบรรยายเรื่อง อาสาสมัครเต้าซิ่น งานที่ทรงเกียรติ, เส้นทางสู่ความสุขและความสำเร็จ, เตรียมการฝึกฝนการเผยแพร่เทคนิคเต้าเต๋อซิ่นซี, เทคนิคการฝึกสอนมวยเต้าซิ่น, เทคนิคการเผยแพร่สมาธิเต้าซิ่นและกิจกรรมวันสุดสัปดาห์ และเทคนิคการฝึกสอนสื่อพัฒนาและรับใช้สังคม ซึ่งการดำเนินการครั้งนี้ ใช้จ่ายงบประมาณของกองสาธารณสุข อบจ.ภูเก็ต โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาด้านสุขภาพอนามัยของประชาชนชาวจังหวัดภูเก็ตในภาพรวม เพื่อให้สมาชิกผู้เข้ารับการฝึกอบรม มีความรู้ ความเข้าใจ เทคนิคการออกกำลังกายที่ถูกสุขลักษณะ เหมาะสมกับวัย สามารถนำเทคนิคเต้าเต๋อซิ่นซี ไปใช้ประโยชน์ในการรักษาสุขภาพอนามัยของตนเอง และสมาชิกในครอบครัว อย่างถูกสุขลักษณะ พร้อมทั้งเพื่อเป็นการสร้างความรัก ความเข้าใจอันดี ระหว่างสมาชิกเต้าเต๋อซิ่นซีในจังหวัดภูเก็ต
ทั้งนี้ อบจ.ภูเก็ต ได้ตระหนักในปัญหาสุขภาพอนามัยของประชาชน จึงได้กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพชีวิต ซึ่งถือเป็นยุทธศาสตร์หลักในการพัฒนาเพื่อให้ประชาชนชาวจังหวัดภูเก็ต มีสุขภาพอนามัยที่ดี ตลอดจนการได้รับความรู้ ความเข้าใจในการปฏิบัติการออกกำลังกายที่ถูกสุขลักษณะ เหมาะสมกับวัย สามารถถ่ายทอดให้แก่สมาชิกในครอบครัวและชุมชนได้ โดยการนำเอาเทคนิคเต้าเต๋อซิ่นซี ซึ่งนับว่าเป็นศาสตร์อีกแขนงหนึ่งที่ได้รับการพัฒนามาจากวงการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของประเทศจีน ใช้ประกอบท่าออกกำลังกาย โดยยึดหลักสมาธิในการเคลื่อนไหวร่างกายที่มีความโดดเด่นเฉพาะด้าน จนได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายมาจนถึงปัจจุบัน
นายมนู เขียวคราม สมาชิกสภา อบจ.ภูเก็ต กล่าวว่า “อบจ.ภูเก็ต ได้ดำเนินโครงการสร้างเสริมสุขภาพโดยเทคนิคเต้าเต๋อซิ่นซี ตั้งแต่ปี 2552 จนถึงปัจจุบัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนในจังหวัดภูเก็ต ได้รับความรู้ความเข้าใจในการเสริมสร้างสุขภาพ โดยนำแนวทางปฏิบัติตนตามเทคนิคเต้าเต๋อ ซึ่งนอกจากจะมีการฝึกอบรมเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจในการสร้างเสริมสุขภาพแล้ว ยังฝึกฝนเรื่องสมาธิเพื่อพัฒนาจิต และมีกิจกรรมกายบริหาร โดยการรำมวยเต้าซิ่น ณ บริเวณสวนสาธารณะอย่างต่อเนื่อง
ในปัจจุบัน ประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม ความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทำให้วิถีชีวิตของคนในปัจจุบันมีความเปลี่ยนแปลงไป การดิ้นรนในการทำมาหากินทำให้คนส่วนใหญ่ขาดการออกกำลังกาย และก่อให้เกิดปัญหาทางด้านสุขภาพเป็นอย่างมาก สิ่งเหล่านี้นำมาซึ่งความเสี่ยงที่จะเป็นโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน หัวใจ ฯลฯ ทำให้ประเทศไทยต้องเสียค่าใช้จ่ายปีละไม่ต่ำกว่า 96 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนในด้านสาธารณสุข สำหรับจังหวัดภูเก็ตพบว่า โรคหัวใจหลอดเลือด เบาหวาน ความดันโลหิตสูง มีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี ซึ่งโรคเหล่านี้ทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ต่ำลง เนื่องจากเป็นโรคที่เสียค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาสูงมาก เมื่อเทียบกับโรคอื่นๆ ดังนั้นจึงเป็นปัญหาสำคัญทางด้านสาธารณสุขของจังหวัดภูเก็ตในขณะนี้”
นายมนู กล่าวต่ออีกว่า “อบจ.ภูเก็ต ได้นำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางปฏิบัติแบบบูรณาการ โดยยึดคนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา เพื่อมุ่งสู่สังคมเข้มแข็งและมีคุณภาพ โดยมีเป้าหมายหลัก เพื่อลดอัตราการเพิ่มการเจ็บป่วย การเกิดโรคที่ป้องกันได้ใน 5 อันดับแรก คือ โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หลอดเลือด และมะเร็ง อันจะนำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพทางด้านแรงงาน และลดค่าใช้จ่ายทางด้านสุขภาพของพี่น้องชาวภูเก็ต และส่งเสริมประชาชนได้หันมาออกกำลังกายให้มากขึ้นอย่างถูกวิธี เหมาะสมกับเพศ วัย สภาพร่างกาย และประหยัดเวลา ทั้งนี้ เป็นไปตามยุทธศาสตร์ด้านสาธารณสุขแผนใหม่ ที่เน้นการป้องกันไม่ให้เกิดโรคมากกว่าการรักษา โดยมุ่งให้ประชาชนชาวจังหวัดภูเก็ตมีสุขภาพแข็งแรงทั้งกายและใจ มีความสัมพันธ์กับสังคม อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เน้นการรักษาสุขภาพอย่างครบวงจร และมุ่งการฟื้นฟูสภาพร่างกายได้อย่างปกติ”.






