ครบรอบ 27 ปี การดำเนินงานท่าอากาศยานภูเก็ต พร้อมเป็นประตูสู่อันดามัน (Gateway to the Andaman)
เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2558 ที่ท่าอากาศยานภูเก็ต นางมนฤดี เกตุพันธุ์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมาได้ดำเนินการภารกิจท่าอากาศยานภูเก็ตด้วยความมุ่งมั่น พัฒนา ท่าอากาศยานภูเก็ตเป็นประตูสู่การท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต และกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน โดยระหว่างเดือนตุลาคม 2557 – กันยายน 2558 ท่าอากาศยานภูเก็ตมีจำนวนเที่ยวบินรวมทั้งสิ้น 81,997 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 10.06 แบ่งเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศ 43,130 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.79 และเที่ยวบินภายในประเทศ 38,867 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.93 และมีผู้โดยสารใช้บริการรวมทั้งสิ้น 12.53 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.19 แบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ 6.84 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.29 และผู้โดยสารภายในประเทศ 5.68 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.29 โดยมีผู้โดยสารชาวจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ รัสเซีย และอินเดีย เดินทางมาใช้บริการมากสุดตามลำดับ
ปัจจุบันท่าอากาศยานภูเก็ตอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างตามโครงการพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ตเพื่อเพิ่มศักยภาพการรองรับผู้โดยสารจากเดิม 6.5 ล้านคนต่อปีเป็น 12.5 ล้านคนต่อปี ขณะนี้งานก่อสร้างส่วนใหญ่เสร็จเรียบร้อยแล้ว คงเหลืออีก 2 งานคือ งานก่อสร้างอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ทั้งนี้มีความคืบหน้าประมาณร้อยละ 70 ซึ่งยังเร็วกว่าแผนงานอยู่ และคาดว่าการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศจะแล้วเสร็จในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 และหลังจากนั้นจะมีการปรับปรุงอาคารผู้โดยสารหลังเดิมเป็นอาคารผู้โดยสารในประเทศต่อไป และเนื่องจากอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศเป็นอาคารที่มีการก่อสร้างใหม่ทั้งอาคาร ประกอบกับมีการติดตั้งระบบสิ่งอำนวยความสะดวก วัสดุอุปกรณ์สำหรับเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ ดังนั้น บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) จึงได้แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อเตรียมความพร้อมการเปิดให้บริการอาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานภูเก็ต หลังใหม่ (Operational Readiness and Airport Transfer : ORAT) โดยมีหน้าที่เตรียมความพร้อมองค์ประกอบทุกด้านที่เกี่ยวข้อง เช่น ความพร้อมของการปฏิบัติการ การบริการสิ่งอำนวยความสะดวก บุคลากรของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานและประกอบการในอาคารผู้โดยสาร ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ
นางมนฤดี กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากการเร่งรัดการพัฒนาท่าอากาศยานดังกล่าวแล้ว ปัจจุบันได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ต่างๆที่จะมีผลกระทบต่อกิจการขนส่งทางอากาศของโลกและของประเทศ เช่น ภัยด้านการก่อการร้าย ภัยพิบัติทางธรรมชาติ โรคระบาดและการประเมินการปฏิบัติงานตามมาตรฐานสากล เป็นต้น โดยในเดือนกันยายนที่ผ่านมา ท่าอากาศยานภูเก็ตได้จัดการฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินเต็มรูปแบบประจำปีงบประมาณ 2558 ตลอดจนจัดให้มีการบริหารความเสี่ยง (Risk Management) และแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan) เพื่อเตรียมความพร้อมและให้ การดำเนินภารกิจของท่าอากาศยานเป็นไปอย่างต่อเนื่องหากประสบวิกฤตการณ์ต่างๆ รวมทั้งประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติงานให้สอดคล้อง และสนับสนุนซึ่งกันและกัน เพื่อให้กิจการขนส่งทางอากาศของประเทศ และการดำเนินกิจการท่าอากาศยานเป็นไปอย่างราบรื่น เช่น กรณีมาตรการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2012 หรือ เมิร์ส-โควี ท่าอากาศยานภูเก็ตได้ร่วมมือใกล้ชิดกับกรมควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง การเพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดสถานที่ การติดตั้งเทอร์โมสแกน การจัดหลุมจอดเฉพาะเพื่อรองรับเครื่องบินจากประเทศกลุ่มเสี่ยงตามโครงการตรวจสอบกำกับดูแลความปลอดภัยการบินพลเรือน และเตรียมความพร้อมในการรองรับโครงการตรวจสอบด้านการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือน ซึ่งในการทำงานจะมีการประสานกับกรมการบินพลเรือนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้งานบรรลุวัตถุประสงค์ต่อไป
ในส่วนผลดำเนินงานด้านการปรับปรุงการให้บริการด้านต่างๆ ในรอบปีที่ผ่านมา ท่าอากาศยานภูเก็ตได้พัฒนาการให้บริการต่างๆ ภายในท่าอากาศยานให้มีความสอดคล้องกับกลุ่มผู้ใช้ท่าอากาศยานดังกล่าว เช่น การจัดโครงการ HKT heart U ให้บริการข้อมูลแก่ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการนอกเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์จำนวน 3 ภาษา ได้แก่ ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน และภาษารัสเซีย, การจัดสิ่งอำนวยความสะดวกแก่คนพิการ, การจัดทำป้ายบอกทิศทางและป้ายแนะนำภายในอาคารผู้โดยสารเป็นภาษาต่างๆ รวมถึงการดูแล ด้านสุขอนามัย จนได้รับการรับรองมาตรฐานระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (OHSAS 18001:2007 หรือ มอก.18001:2554) จากบริษัท บูโรเวอริทัส เซอทิฟิเคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด และได้รับรางวัลสถานประกอบการดีเด่นด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ประจำปี 2558 ซึ่งท่าอากาศยานภูเก็ตได้รับรางวัลนี้ติดต่อกันเป็นปีที่ 12 เป็นต้น นอกจากนี้ท่าอากาศยานภูเก็ตยังให้ความสำคัญกับการดำเนินงานทางธุรกิจควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (CSR) โดยได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการสนับสนุนคุณภาพชีวิต และกิจกรรมของชุมชนโดยรอบท่าอากาศยานภูเก็ต เช่น การจัดสร้างอาคารอเนกประสงค์ มัสยิดนูรุ้ลอิบาดียะส์ บ้านหมากปรก, การจัดทำโครงการอาหารกลางวันจากท่าอากาศยานภูเก็ตสู่ชุมชนโรงเรียนบ้านแหลมทราย, การสร้างรั้วโรงเรียนบ้านป่าครองชีพ, การจัดกิจกรรมการแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน และการจัดงานรวมน้ำใจสู่มัสยิดอัลอิสละห์ เป็นต้น อีกทั้งจะเร่งดำเนินการโครงการต่างๆ อีกมากมายในปีงบประมาณ 2559 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น โครงการปรับปรุง Runway Strip และ Runway End Safety Area (RESA), โครงการก่อสร้างทางยกระดับเชื่อมกับถนนสาย 4031, โครงการเลนจักรยานเลียบชายฝั่งทะเล, โครงการลงเรือ – ขึ้นเครื่อง และโครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดภูเก็ต เป็นต้น
นางมนฤดีกล่าวในตอนท้ายว่า ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ท่าอากาศยานภูเก็ตไม่เคยหยุดนิ่งที่จะพัฒนาท่าอากาศยานให้เป็นประตูสู่อันดามัน (Gateway to the Andaman) และสามารถสนับสนุนกิจการขนส่งทางอากาศของประเทศ โดยท่าอากาศยานภูเก็ตมีความภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ต และสร้างความเจริญให้สังคมและประเทศไทย




