อบจ.ภูเก็ต สนับสนุนการจัดงานสมัชชาสวัสดิการชุมชนคนภูเก็ต ปี 2558 “จากสวัสดิการถ้วนหน้า สู่สภาพลเมืองคนภูเก็ต”
เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2558 เวลา 09.30 น. ที่โรงแรมเมโทรโพลภูเก็ต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต นายสรธรรม จินดา รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในพิธีเปิดงานสมัชชาสวัสดิการชุมชนคนภูเก็ต ปี 2558 “จากสวัสดิการถ้วนหน้า สู่สภาพลเมืองคนภูเก็ต” โดยมี นายจีระศักดิ์ ท่อทิพย์ ที่ปรึกษานายก อบจ.ภูเก็ต นายสมคิด สุภาพ สมาชิกสภา อบจ.ภูเก็ต นางนวลจันทร์ สามารถ สมาชิกสภา อบจ.ภูเก็ต และนางสาวสุปรียา เอี่ยมวิวัฒนากูล สมาชิกสภา อบจ.ภูเก็ต พร้อมด้วย ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ อบจ.ภูเก็ต ตลอดจนสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนทุกตำบล ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้มีเกียรติ เข้าร่วม
สำหรับวัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้บทเรียนการจัดสวัสดิการของกองทุนสวัสดิการชุมชน ซึ่งมีความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันของคนในชุมชนท้องถิ่น ดูแลผู้ด้อยโอกาส คนยากลำบากต่างๆ ภายใต้หลักการ “ให้อย่างมีคุณค่า และรับอย่างมีศักดิ์ศรี” เพื่อพัฒนาและยกระดับกองทุนสวัสดิการชุมชนสู่การจัดระบบสวัสดิการถ้วนหน้าให้คนภูเก็ตทุกเพศทุกวัยได้รับสวัสดิการชุมชนสู่การจัดระบบสวัสดิการพื้นฐานอย่างทั่วถึง ตลอดจนเพื่อใช้สวัสดิการเป็นฐานสำคัญในการนำไปสู่สภาพลเมืองคนภูเก็ต เพื่อร่วมผลักดันให้เกิดจังหวัดจัดการตนเองในอนาคต
นางวารุณี ธารารัตนกุล ประธานสวก. จังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า “นับตั้งแต่เครือข่ายสวัสดิการชุมชนจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับหน่วยงานราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นท้องถิ่นในจังหวัดภูเก็ต สนับสนุนการจัดตั้งและพัฒนากองทุนสวัสดิการชุมชนขึ้นในจังหวัดภูเก็ต ตามนโยบายของรัฐบาลในการสนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชน ผ่านสภาพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 – เมษายน 2557 ได้เกิดการขยายผลการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลครบทั้ง 18 ตำบล/เทศบาลของจังหวัดภูเก็ต มีสมาชิกกองทุนกว่า 16,015 คน คิดเป็นร้อยละ 5.4 ของจำนวนประชากร มีกรรมการกองทุนประมาณ 300 คน และเงินกองทุนรวม 36,375,800 ล้านบาท
กองทุนสวัสดิการชุนตำบลต่างๆ ได้ร่วมกันดูแลช่วยเหลือคนในชุมชนท้องถิ่น เพื่อให้ได้ระบบสวัสดิการขั้นพื้นฐานตามความจำเป็นด้านต่างๆ เช่น การเกิด การเจ็บป่วย การดูแลผู้สูงอายุ เด็กด้อยโอกาสการศึกษา ช่วยเหลือกรณีภัยพิบัติ ช่วยเหลือสาธารณประโยชน์ เสียชีวิต เป็นต้น โดยชาวบ้านที่อยู่ในชุมชนต่างๆ เป็นผู้ที่มีบทบาทหลักในการดำเนินงานกองทุนนับตั้งแต่การรวมตัวจัดตั้ง ระดมเงินสมทบ บริหารจัดการกองทุน จัดประเภทสวัสดิการที่จะดูแลช่วยเหลือคนในชุมชนท้องถิ่นแล้ว ยังมีกองทุนสวัสดิการชุมชนบางแห่ง เช่น กรณีกองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลเมืองป่าตอง ได้ริเริ่มจัดระบบสวัสดิการเพื่อดูแลแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาอาศัยอยู่และประกอบอาชีพในจังหวัดภูเก็ต เพื่อสร้างความรู้สึกรักหวงแหนประเทศไทย ไม่ก่อให้เกิดปัญหาทางสังคม รวมถึงได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนในการร่วมสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชนอีกด้วย สิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนเป็นการแสดงออกให้เห็นถึงพลังความสามารถของคนในชุมชนที่จะลุกขึ้นมาดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่บริหารจัดการงานพัฒนาชุมชนท้องถิ่นด้านต่างๆ ด้วยตัวของเขาเอง ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างสังคมฐานรากที่เข้มแข็งและยั่งยืน”
ด้าน นายสรธรรม จินดา รองนายก อบจ.ภูเก็ต กล่าวว่า “รู้สึกประทับใจที่ได้เห็นการเติบโตขยายผลของกองทุนสวัสดิการชุมชน และขอชื่นชมภาคประชาชนที่ได้ร่วมกันรื้อฟื้นระบบการดูแลช่วยเหลือเกื้อกูลกันของคนในสังคมไทย ซึ่งมีมาเป็นเวลานานให้กลับคืนมากอีกครั้ง และเป็นจุดร่วมของความร่วมมืออันดีระหว่างภาครัฐทุกระดับกับประชาชนในท้องถิ่น เพื่อร่วมกันทำสิ่งที่ดี และมีคุณค่า เพื่อพัฒนาชุมชนท้องถิ่นของตนเองให้มีความรัก สามัคคี ปรองดอง ในสังคมไทย
กองทุนสวัสดิการชุมชน เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของคุณงามความดีที่เริ่มจาก “การให้และเสียสละ” ด้วยความเต็มใจของคนในชุมชน ในขณะเดียวกันผู้รับก็รับด้วยความรู้สึกที่ตนเองมีศักดิ์ศรี และมีส่วนร่วมในการสมทบเงิน ร่วมแรงร่วมใจ ร่วมบริหารจัดการ เป็นการสร้างรากฐานของสังคมไทยด้วยวิถีวัฒนธรรมดั้งเดิม ดูแลทุกคน ทุกกลุ่มในชุมชนท้องถิ่นอย่างทั่วถึง เท่าเทียม โดยไม่มีการแบ่งแยกเชื้อชาติ ศาสนา เพศ วัย ซึ่งเชื่อมั่นว่าสวัสดิการชุมชนคนภูเก็ตจะเป็นกำลังสำคัญที่จะนำไปสู่ความเป็นพลเมืองคนภูเก็ต เพื่อให้ประเทศชาติสามารถก้าวผ่านสถานการณ์ต่างๆ ไปได้ด้วยดี”
นายสรธรรม กล่าวต่ออีกว่า “ในส่วนของบทบาทหน่วยงานสนับสนุน เช่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ที่ผ่านมาได้ร่วมสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบล ผ่านเทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบลต่างๆ นอกจากนี้ ยังได้ร่วมติดตามสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของเครือข่ายสวัสดิการชุมชนจังหวัดภูเก็ตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการสนับสนุนการจัดงานสมัชชาในครั้งนี้ นับเป็นความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมในการขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชนท้องถิ่นระหว่างภาคประชาชน ภาคราชการ และภาคท้องถิ่น นับเป็นฐานความสัมพันธ์ที่ดีที่ควรจะยกระดับและขยายผลความร่วมมือไปสู่การพัฒนาชุมชนท้องถิ่นในด้านอื่นๆ ต่อไป ทั้งนี้ จึงเชื่อมั่นว่ากองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลต่างๆ ตลอดจนความร่วมมือระหว่างภาคประชาชน ภาคราชการ ภาคท้องถิ่น ที่ได้มีการริเริ่มดำเนินการร่วมกันแล้วจะเกิดความต่อเนื่อง ขยายผลให้เติบโต และเข้มแข็งยิ่งขึ้นเพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุดต่อคนภูเก็ต และสร้างรากฐานของสังคมไทยที่เข้มแข็งในอนาคต”.








