จัดคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ

12829478_1674171076133814_1994621386597587373_o

10575364_1674171096133812_235681979455810550_o

12828538_1674171129467142_1868846670882322945_o

11057855_1674171209467134_241866275173786205_o

เกษตรและสหกรณ์จังหวัดภูเก็ตประชุมเตรียมความพร้อมจัดคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ ระดับจังหวัด

เมื่อวันที่ 10 มีนาคม  2559  เวลา 10.30 น.  ที่ ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดภูเก็ต นายสมพงศ์ แป้นทอง เกษตรและสหกรณ์จังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการและคณะทำงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ ระดับจังหวัด ครั้งที่ 2/2559 โดยมี นายปารเมศ ทองปรีชา เกษตรจังหวัดภูเก็ต นางบุษยา ใจเปี่ยม ประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นายสมพงศ์ แป้นทอง กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ตได้กำหนดจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ครั้งที่ 2/2559 เพื่อให้บริการความรู้ และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรแก่ประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เห็นชอบให้ทุกจังหวัด จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร รวมถึงเป็นการดำเนินงานตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ทำให้เกษตรกรมีแหล่งจำหน่ายสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ โดยเปิดโอกาสให้เกษตรกรผู้ผลิตเป็นผู้จำหน่ายสินค้าเอง และให้ผู้บริโภคได้บริโภคสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และเกิดประโยชน์ทางโภชนาการ

กิจกรรมภายในงานมีการจัดซุ้มจำหน่ายอาหาร และการให้ความรู้ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ คลินิกพืช โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรภูเก็ตและสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง คลินิกดิน โดยสถานีพัฒนาที่ดินภูเก็ต คลินิกประมง โดยหน่วยงานในสังกัดกรมประมง คลินิกปศุสัตว์ โดยสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดภูเก็ต คลินิกชลประทาน โดย โครงการชลประทานภูเก็ต คลินิกกฎหมายเกษตร โดยสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดภูเก็ต คลินิกบัญชีโดยสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ภูเก็ต และคลินิกสหกรณ์ โดยสำนักงานสหกรณ์จังหวัดภูเก็ต โดยกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 17 มีนาคม 2559 ณ บริเวณโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกะทู้ หมู่ที่ 5 ตำบลกะทู้ อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต

ทั้งนี้ การจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในครั้งนี้ก็เพื่อส่งเสริมให้คนในชุมชนและเกษตรกรสามารถช่วยเหลือตนเองได้ ทั้งยังเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกร และเกิดแรงจูงใจในการผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ และยังเป็นการจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพให้แก่ผู้บริโภค ทำให้ผู้บริโภคได้บริโภคสินค้ารวมไปถึงได้รับบริการที่มีคุณภาพและทำให้เกิดการพัฒนาทางด้านเกษตรและด้านอื่น ๆ ต่อไป