ชาติพันธุ์ชาวเลจัดงานรวมญาติชาติพันธุ์ชาวเลครั้งที่ 7 “พัฒนาพื้นที่คุ้มครองทางวัฒนธรรมชาติพันธุ์ชาวเล สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน
เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2559 ที่บริเวณหาดราไวย์ อ. เมือง จ. ภูเก็ต นายสนิท ศรีวิหค รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดงานรวมญาติชาติพันธุ์ชาวเลครั้งที่ 7 โดยมี พล.อ. สุรินทร์ พิกุลทอง ประธานคณะกรรมการแก้ปัญหาที่ดินฯ ชาวเล ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต นางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ดร. ประเจียด อักษรธรรมกุล อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและพี่น้องชาวเลจากเกาะหลีเป๊ะ เกาะอาดัง สตูล พังงา ภูเก็ต เกาะพีพี เกาะจำ และเกาะลันตา จ. กระบี่ เข้าร่วม
นางแสงโสม หาญทะเล แกนนำชาวเลเกาะหลีเป๊ะ กล่าวว่า งานรวมญาติชาติพันธุ์ชาวเล เป็นส่วนหนึ่งของมติ ครม. เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 2553 ที่ระบุให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันสนับสนุนแก้ไขปัญหาและฟื้นฟูชีวิตชาวเลอย่างมีส่วนร่วม ทั้งนี้ชาวเลมี 3 ชนเผ่า คือมอแกน อูรัคลาโอ้ย บรรพบุรุษอาศัยหากินในทะเลอันดามันมายาวนานกว่า 300 ปี อาศัยอยู่ใน 44 ชุมชน จำนวน 12,000 คนโดยประมาณ กระจายใน 5 จังหวัดอันดามันคือ ภูเก็ต พังงา ระนอง กระบี่ และสตูล มีชุมชนชาวเลที่ยังไม่มั่นคงในที่อยู่อาศัย 36 แห่ง ซึ่งเป็นชุมชนในที่ดินรัฐ มีที่ดินที่มีเอกชนอ้างสิทธิ์เหนือชุมชนลาวเล มีการฟ้องร้องดำเนินคดีกับชาวเลกว่า 100 ราย และมีแนวโน้มจะมากขึ้นคือชุมชนชาวเลบ้านราไวย์ จังหวัดภูเก็ต นอกจากนี้ยังมีชุมชนชาวเลเกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล ที่ดินของชาวเลเกาะพีพี จังหวัดกระบี่ และชุมชนเกาะสิเหร่ จังหวัดภูเก็ต ตลอดจนมีสุสานสำหรับทำพิธีกรรมรวม 23 แห่ง ไม่มีเอกสารขึ้นทะเบียน 21 แห่ง มีเอกสารแล้ว 2 แห่งมีที่ถูกรุกล้ำด้วยวิธีการต่าง ๆ 13 แห่ง
ในการรวมญาติชาติพันธุ์ชาวเลวันนี้จึงจัดขึ้นเพื่อสนองนโยบายรัฐบาลตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2553 ในการนำเสนอปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาต่อระดับนโยบาย รวมทั้งการแสวงหาความร่วมมือจากภาคส่วนต่าง ๆ ในการร่วมกันสนับสนุน แก้ไขและฟื้นฟูชีวิตชาวเลอย่างมีส่วนร่วม สอดคล้องกับความเห็นร่วมกันของชาวเลที่ว่า “จะต้องมีพื้นที่คุ้มครองทางวัฒนธรรม ชาติพันธุ์ชาวเล จึงจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนได้จริง







