ชาวเลราไวย์รวมตัวถูกกลุ่มชายฉกรรจ์เข้าพื้นที่ปิดทางเข้า

DSC_1919

DSC_1948

DSC_1928

DSC_1969

DSC_1886

DSC_1864

ชาวเลราไวย์รวมตัวบุกศาลากลางขอกำลังเจ้าหน้าที่คุ้มกันความปลอดภัยอ้างถูกกลุ่มชายฉกรรจ์เข้าพื้นที่ปิดทางเข้าสาธารณะที่ใช้มากว่า100ปีและมีการข่มขู่ชาวบ้าน.

นายสนิท แซ่ซั่ว ตัวแทนกลุ่มชาวเลบ้านราไวย์ ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ตพร้อมด้วยชาวเลอีกกว่า 150 คนเดินทางมารวมตัวกันที่ศาลากลางจังหวัดภูเก็ตเพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนยังผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตหลังอ้างว่าถูกกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวนหนึ่งเข้าไปปิดทางเข้า-ออกพื้นที่สาธารณะประโยชน์ซึ่งชาวบ้านใช้กันมานานกว่า 100 ปีและมีการข่มขู่ชาวบ้านด้วย โดยมีนายสุพจน์ ชนะกิจ นายอำเภอเมืองภูเก็ต พ.อ.จิตติ มณี สัสดีจังหวัดภูเก็ต นายประพันธ์ ขันพระแสง หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ตร่วมรับเรื่องร้องเรียน

นายสนิท แซ่ซั่ว ตัวแทนชาวเลราไวย์ ระบุว่า การเดินทางมาที่ศาลากลางจังหวัดภูเก็ตครั้งนี้ สืบเนื่องจากที่มีเอกชนที่อ้างสิทธิในที่ดินบริเวณหาดราไวย์ ต้องการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวโดยในเบื้องต้นได้มีการปรับไถพื้นที่และในวันที่ 12 พฤษภาคม 2558 ที่ผ่านมา เอกชนดังกล่าวได้นำทีมคนงานและกลุ่มชายฉกรรจ์เข้ามาในพื้นที่เพื่อปิดทางสาธารณะประโยชน์ที่ชาวเลราไวย์เคยใช้ร่วมกันมานานกว่า 100 ปี ทั้งเพื่อใช้เป็นทางผ่านไปประกอบอาชีพประมงพื้นบ้านและไปพื้นที่ประกอบพิธีกรรม (บาลัย) ชาวเลราไวย์ จึงได้รวมตัวกันเพื่อออกมาปกป้องพื้นที่ดังกล่าวเนื่องจากเห็นว่าเป็นพื้นที่สาธารณะที่ทุกคนใช้ร่วมกันจึงได้เกิดการกระทบกระทั่งกับกลุ่มชายฉกรรจ์และมีการข่มขู่จะทำร้ายกัน ชาวบ้านจึงรู้สึกว่าไม่มีความปลอดภัยจึงเดินทางมาศาลากลางจังหวัดภูเก็ตเพื่อขอให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องมีการตรวจสอบพื้นที่สาธารณะชายหาดราไวย์และพื้นที่ประกอบพิธีกรรม (บาลัย)ให้มีการดำเนินการตาม มติ ครม. มิ.ย. 2553 เรื่องการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวเล และขอให้ทางทหารเข้าไปดุแลความปลอดภัยแกนนำชุมชนและคุ้มครองพื้นที่เป็นการชั่วคราว

ด้านนายสุพจน์ ชนะกิจ นายอำเภอเมืองภูเก็ต กล่าวภายหลังรับหนังสือร้องเรียนว่าเบื้องต้นจะส่งกำลังเจ้าหน้าที่ อส.เข้าไปดูแลความปลอดภัยก่อนพร้อมทั้งจะไปสานไปยังเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจเข้าไปร่วมดูแลพื้นที่ด้วย ส่วนเรื่องการตรวจสอบพื้นที่สาธารณะนั้นก็จะมีการดำเนินการแต่ต้องใช้เวลาสักระยะ อย่างไรก็ตามหลังทางนายอำเภอเมืองภูเก็ตรับปากจะเข้าดูแลดำเนินการตามคำร้องขอทางกลุ่มชาวเลรู้สึกพอใจและแยกย้ายกลับกันในที่สุด.

DSC_1952