กลุ่มตัวแทนชาวเลราไวย์ ประมาณ 100 คนเข้ายื่นหนังสือกับรองนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ช่วยแก้ไขปัญหาที่มีกับนายทุน
เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 13.00 น. กลุ่มตัวแทนชาวเลราไวย์ ประมาณ 100 คน นำโดย นายนิรันดร์ หยังปาน ตัวแทนชาวเลหาดราไวย์ ได้มารวมตัวกันที่ด้านหน้าบริเวณศาลากลางจังหวัดภูเก็ต จากนั้นได้เดินเข้ามาภายในศาลากลางจังหวัดภูเก็ต เพื่อยื่นหนังสือขอให้สนับสนุนการแก้ปัญหาของชาวเลอย่างยั่งยืนต่อ พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี
นายนิรันดร์ หยังปาน ตัวแทนชาวเลหาดราไวย์ กล่าวถึงการมายื่นหนังสือให้รองนายกรัฐมนตรีในวันนี้ ว่า ตามที่มีชายฉกรรจ์กว่า 100 คน บุกเข้าทำร้ายชาวเลชุมชนบ้านราไวย์ และนำรถบรรทุกก้อนหินขนาดใหญ่มาเทปิดเส้นทางเข้า-ออกของชุมชน ในขณะที่มีผู้หญิงและเด็กจำนวนมากนั่งอยู่จนเป็นเหตุให้ชาวเลกว่า 30 คนได้รับบาดเจ็บนั่น ชาวเลบ้านราไวย์จึงอยากเรียนให้ทราบว่า พื้นที่บริเวณหาดราไวย์เป็นที่อยู่อาศัย ทำกินของชาวเลราไวย์มาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษมากกว่า 7 ช่วงอายุคน หรือนับระยะเวลามากกว่า 300 ปี โดยมี 3 ชนเผ่า คือ มอแกน มอแกลน ละอุรักราโว้ย อาศัยในพื้นที่เดียวกัน จำนวน 252 หลังคาเรือน 2,063 คน เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาที่ตรงกับความจริงให้ รองนายกรัฐมนตรีสนับสนุนการแก้ปัญหาโดยรัฐบาลเพื่อเร่งดำเนินการดังนี้
1.ให้ทางรัฐบาลดำเนินการคุ้มครองพื้นที่เขตวัฒนธรรมพิเศษที่มีอำนาจตามมติครม. 2 มิถุนายน 2553 โดยให้มีกรรมการระดับชาติที่มีอำนาจการแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง
2.เร่งสั่งการให้กรมที่ดินเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ที่ออกโดยมิชอบทับชุมชนชาวเลบ้านราไวย์ ตามที่คณะกรรมการแก้ปัญหาที่ดินทำกินและพื้นที่ทางจิตวิญญาณของชุมชนชาวเล ซึ่งมี พลเอกสุรินทร์ พิกุลทอง เป็นประธานได้มอบหมายให้ DSI รวบรวมหลักฐานและประชุมมีมติส่งให้กรมที่ดินเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ จำนวน 19 ไร่ให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน
3.ขอให้รัฐบาลเร่งสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตทั้ง 5 จังหวัดอันดามัน ประกอบด้วย ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และสตูล เร่งกันพื้นที่ทางจิตวิญญาณ เช่น บาลัย สุสาน พื้นที่ประกอบพิธีกรรมฯลฯ จำนวน 23 แห่ง และประกาศให้เป็นพื้นที่สาธารณะประโยชน์ตามสภาพการใช้ประโยชน์เดิม เช่น เป็นสุสานชาวเล เป็นหลาโต๊ะที่ทำพิธีนอนหาดของชาวเล ฯลฯ เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งเช่นเดียวกับกรณีบาไลของชุมชนชาวเลบ้านราไวย์
ขณะที่ พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี กล่าวสั้น ๆ ภายหลังรับหนังสือว่า ตนเองทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว และรัฐบาลก็ทราบเรื่องแล้วเช่นกัน โดยอยู่ระหว่างการดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นและจะหาวิธีช่วยเหลือชาวเลราไวย์ต่อไป.


