ซุ่ยบุ่นต๋อง(อ๊ามหล่อโรง) จัดขบวนแห่พระรอบเมือง

DSC_7889

DSC_7881

DSC_7874

DSC_7882

DSC_7892

DSC_7905

DSC_7944

DSC_7912

ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ จำนวนมาก ออกมารอรับขบวนแห่ของศาลเจ้าหล่อโรง ที่จะประกอบพิธีอิ้วเก้ง หรือพิธีแห่พระรอบตัวเมืองภูเก็ต

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2558 เวลา  08.00 น. อ๊ามหล่อโรงจัดขบวนแห่พระ มีประชาชน ผู้มีจิตศรัทธา ตลอดจนหน่วยงานที่ให้การสนับสนุนงานถือศีลกินผักของอ๊ามหล่อโรง ร่วมมาในขบวนแห่พระจำนวนมาก ทำให้ขบวนมีความยิ่งใหญ่สวยงาม

ขบวนแห่พระได้เคลื่อนออกจากอ๊ามหล่อโรงไปตามถนนพัฒนา ถนนปฏิพัทธิ์  ถนนดีบุก เข้าถนนมนตรี มุ่งหน้าสะพานหิน ทำพิธีอัญเชิญควันธูป ควันเทียนกลับศาลเจ้า ที่สระน้ำสะพานหิน เส้นทางกลับขบวนพระผ่านวงเวียนหอนาฬิกา ลานนวมินทร์  วงเวียนสุริยเดช เข้าถนนกระบี่ ถนนพัฒนา เข้าสู่อ๊ามหล่อโรง

บรรยากาศในพื้นที่ตัวเมืองภูเก็ต เช้าที่ 21 ตุลาคม  2558  คึกคักไปด้วยประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ จำนวนมาก ออกมารอรับขบวนแห่ของศาลเจ้าหล่อโรง ที่จะประกอบพิธีอิ้วเก้ง หรือพิธีแห่พระรอบตัวเมืองภูเก็ต วันสุดท้ายของงานประเพณีถือศีลกินผักจังหวัดภูเก็ต ตลอดเส้นทางที่ขบวนแห่พระผ่านเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากตลอด 2 ข้างทางเนืองแน่นไปด้วยผู้คนที่มารอรับพระเพื่อรับพรจากองค์พระ และชมอิทธิฤทธิ์ของม้าทรง โดยการใช้ของแหลม ของมีคมต่างๆ ในตำนานทิ่มแทงตามร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณกระพุ้งแก้ม ลิ้น ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นการรับเคราะห์แทนผู้ถือศีลกินผัก  โดยมีชาวภูเก็ตและจากทั่วทุกสารทิศที่เลื่อมใสในพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์

พระออกเที่ยว หรือการแห่เจ้า เป็นการออกเพื่อโปรดสัตว์ออกเยี่ยมประชาชนเคารพนับถือ โดยจะมีขบวนธงและป้ายชื่อแห่นำหน้า จากนั้นก็จะเป็นการเกี้ยวหามพระเรียกว่า “ถ้วยเปี๊ย” โดยจะหามรูปพระบูชาต่าง ๆ ออกนั่งเกี้ยวไป ซึ่งจะจัดตามชั้น และยศของพระ เช่น จากสิญูขึ้นไปก็เป็นง่วนโส่ย สูงไปอีกก็เป็นไต่เต้ สูงขึ้นไปเป็นฮุด จากนั้นจะเป็นขบวนเกี้ยวใหญ่ ซึ่งมักจะใช้คน ๘ คน และมีฉัตรจีนกั้นไปด้วย จะเป็นที่ประทับของกิวอ๋องฮุดโจ้ว ในขณะที่ขบวนแห่ผ่านไป ชาวบ้านจะตั้งโต๊ะบูชาหน้าบ้าน และจุดประทัดต้อนรับขบวนเมื่อผ่านไปถึง

ประเพณีถือศีลกินผัก ชาวบ้านเรียก เจี๊ยะฉ่าย หมายถึง “งานเฉลิมฉลององค์เก้าราชันย์” เป็นประเพณีที่ยิ่งใหญ่มากของจังหวัดภูเก็ต ปัจจุบันมิใช่เฉพาะชาวไทยเท่านั้น แต่เป็นที่รู้จักของคนทั้งโลก ตามปฏิทินจีนของทุกปี จะมีประเพณีถือศีลกินผัก ซึ่งเริ่มครั้งแรกที่ไล่ทู หรือกะทู้ ตั้งแต่ พ.ศ.2368 เป็นต้นมา โดยอัญเชิญเหี้ยวโห้ย(ธูปที่ติดไฟ) คัมภีร์ บทสวดมนต์ และอุปกรณ์ทุกอย่างมาจากเมือง “กังไส” ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อมาประกอบพิธีกรรม ให้ถูกต้อง ประเพณีถือศีลกินผักได้หล่อหลอมชาวภูเก็ตให้สืบทอดการเจี๊ยฉ่าย เพื่อชำระร่างกาย และยึดเหนี่ยวจิตใจให้บริสุทธิ์ ปัดเป่าเภทภัย เสริมโชคชะตา เปรียบเสมือนการทำสิ่งดีๆ เข้ามาสู่ตัวเรา สร้างความเป็นปึกแผ่นของชุมชน โดยผ่านความเชื่อเรื่องของเทพเจ้า เพื่อขอพรให้ชีวิตประสบผลสำเร็จ มีความเจริญรุ่งเรืองและอายุยืนยาว

DSC_7913

DSC_7922

DSC_7925

DSC_7926

DSC_7930

DSC_7948

DSC_7978

DSC_7990

DSC_7992

DSC_7996

DSC_7999

DSC_8033

DSC_8078

DSC_8108

DSC_8208

DSC_8227

DSC_8055