ท่องเที่ยวและกีฬาภูเก็ต ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจข้อเท็จจริงกรณีการขับไล่คนไทยออกจากร้านค้า เพื่อไขข้อกล่าวหา “ภูเก็ตเป็นเมืองขึ้นของจีน”
ตามที่มีข่าวในสื่อออกมาเรื่องจังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองขึ้นของจีนไปแล้ว โดยเนื้อหากล่าวถึงคนไทยท่านหนึ่งได้เข้าไปในร้าน Eco Latex แต่ได้มีพนักงานไล่ออกจากร้านด้วยเหตุว่า เป็นคนไทย และอาจจะก๊อบปี้หรือลอกเลียนแบบสินค้าจึงไม่ยอมให้เข้าร้านนั้น
ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ล่าสุด นายสันติ ป่าหวาย ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภูเก็ต กล่าวหลังมีกระแสข่าวออกไปทางปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้สั่งการให้ลงไปสอบถามข้อมูลที่แท้จริงกับบริษัทดังกล่าวรวมถึงบริษัทที่เกี่ยวข้องกับทัวร์จีน เกาหลี รัสเซีย และทัวร์ต่างๆว่ามีการห้ามคนไทยเข้าไปหรือไม่เบื้องต้นจากการเข้าไปสอบถามบริษัทที่ปรากฏทางสื่อ ทราบว่าไม่ได้มีมาตรการใดที่ห้ามคนไทยเข้าไปใช้บริการซึ่งขณะมีการตรวจสอบเมื่อวานนี้ (20 ม.ค.59) ก็พบว่ามีคนไทยเข้าไปใช้บริการเยี่ยมชมและซื้อของ ซึ่งทางร้านเองชี้แจงว่าขายให้คนไทยด้วยซึ่งราคาคนไทยกับต่างชาติก็คนละราคา ในสิ่งที่เป็นสื่อออกไปต่างๆว่าไม่ให้คนไทยเข้าไปซื้อของทางร้านยืนยันว่าไม่ใช่เป็นความจริง ซึ่งบริษัทเองก็ได้นำภาพข้อมูลจากกล้องวงจรปิดในวันที่เกิดเหตุมาให้ดูด้วย ว่าวันเวลาดังกล่าวไม่ได้มีการขับไล่ให้คนไทยออกจากทางร้านแต่อย่างใด
นอกจากนี้นายสันติยังระบุว่า ตนได้ลงพื้นที่ตรวจบริษัทอีกประมาณ 4-5 แห่งที่ทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวจีน เกาหลีฯ ยังไม่พบมีบริษัทใดที่ไม่ให้คนไทยเข้าและหลังจากนี้ก็จะมีการตรวจสอบต่อเนื่องว่าบริษัทใดที่ไม่ให้คนไทยเข้าไปซื้อบ้างไม่ให้ซื้อเพราะอะไร ส่วนข้อความที่ว่าภูเก็ตเป็นเมืองขึ้นของจีนซึ่งจริงๆแล้วก็ไม่ใช่อย่างที่คิด คนไทยก็มีธุรกิจของตัวเองเยอะแยะมากมายเพียงแต่กฎหมายไทยยังเปิดโอกาสให้ต่างชาติถือหุ้นในธุรกิจเมืองไทยได้
อย่างไรก็ตามหากนักท่องเที่ยวหรือคนไทยทั่วไปมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวสามารถแจ้งไปที่ตำรวจท่องเที่ยวสายด่วน 1155 หรือศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 0762 371 ได้ 24 ชั่วโมง
ขณะที่นายธรรมรส สุขอภิรมย์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ออดสกี้ คอนสตรัคชั่น ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ระบุว่าทาง บริษัทประกอบกิจการร้าน Eco Latex จำหน่ายอุปกรณ์เครื่องนอน ของใช้ที่ผลิตจากยางพาราทุกชนิด ซึ่งหลังจากเป็นข่าวก็ ได้ทำการตรวจสอบ และสอบสวนพนักงานในทันที ซึ่งผู้บริหารบริษัทฯ ยืนยันว่าไม่มีนโยบายไม่ต้อนรับลูกค้าทุกชาติ โดยเฉพาะคนไทยตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด ตนขอชี้แจงข้อมูลให้ว่า บริษัทฯ มีลูกค้าชาวจีน เกาหลี รัสเซีย ยุโรป รวมถึงคนไทย ซึ่งกรณีดังกล่าว ไม่แน่ใจว่า ผู้ที่ถูกระบุชื่อในสื่อ(คุณดำรง พุฒตาล) ได้ข้อมูล หรือคำพูดจากพนักงานที่ทำให้ไม่สบายใจ ทาง บริษัทฯ ก็ต้องขอโทษด้วยแต่ยืนยันว่ามิได้มีเจตนาที่จะทำให้ภาพพจน์การท่องเที่ยวต้องเสียหายแม้แต่อย่างใด และจากการตรวจเช็คข้อมูลย้อนหลังไป 1 เดือนที่ผ่านมาก็ไม่มีคนไทยที่เดินเข้ามาถามข้อมูลแต่อย่างใด เนื่องจากส่วนใหญ่ลูกค้าจะมีมัคคุเทศก์หรือเอเย่นต์ทัวร์นำมา ซึ่งเมื่อวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา เวลาประมาณ 11:50-11:58 น. ได้มีคนไทย 1 ท่าน เดินเข้าไปในร้าน ประมาณ 5 นาที แล้วเดินมาสอบถามข้อมูลกับพนักงานต้อนรับ 2 คน ชื่อ ปรีดา ยอดณรงค์ และเพ็ญนภา มณีวรชัย ว่า หากจะนำลูกค้ามาซื้อสินค้าโดยตรง กับผ่านเอเย่นต์ทัวร์นำมาจะได้ค่าคอมมิชชั่นต่างกันอย่างไร ซึ่งพนักงานต้อนรับทั้ง 2 คนไม่สามารถให้ข้อมูลเรื่องค่าคอมมิชชั่นได้ จึงเรียนลูกค้าให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด โดยได้ให้นามบัตรของเซลล์ไป จากการสนทนาประมาณไม่เกิน 1 นาที
อย่างไรก็ตามล่าสุดนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตได้มอบหมายให้ ดร.ประเจียด อักษรธรรมกุลเป็นหัวหน้าคณะทำงานตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้เสร็จภายใน 3 วัน. ทั้งนี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ก็ยังคงดูแลนักท่องเที่ยว ที่เข้าไปใช้บริการในสถานประกอบการต่าง ๆ ไม่ให้สถานประกอบการมีการเอารัดเอาเปรียบลูกค้า หากมีการบังคับขู่เข็ญ การเอารัดเอาเปรียบใด ๆ เกิดขึ้น ก็สามารถแจ้งไปที่ตำรวจท่องเที่ยว สายด่วน 1155 หรือศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ตลอด 24 ชั่วโมง

