จังหวัดพังงา ตรวจสอบพื้นที่หินถล่ม ห้ามผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าใกล้เด็ดขาด ก่อนติดต่อผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบหาสาเหตุการพังถล่มที่แท้จริงอย่างละเอียด
เมื่อวันที่ 19 มี.ค. 59 นางกุลธารินทร์ โรจน์สุรสีห์ หน.สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.พังงา เปิดเผยว่า วันนี้ นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผวจ.พังงา ได้นำเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เดินทางลงพื้นที่ไปตรวจสอบหินเยาช้างที่พังถล่มลงมาบริเวณด้านหลังศาลากลาง จ.พังงา เมื่อวานที่ผ่านมาอีกครั้งหนึ่ง พร้อมทั้งสั่งการให้ปิดกั้นบริเวณดังกล่าวทั้งหมด ห้ามไม่ให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าใกล้ เนื่องจากเกรงว่าอาจเกิดอันตรายต่อชีวิต และทรัพย์สินประชาชน ซึ่งพบว่าหิ ทั้งนี้ ได้ประสานงานขอให้นักธรณีวิทยา เดินทางไปตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุการพังถล่มที่แท้จริงอีกครั้งหนึ่ง
จากการตรวจสอบพบว่าที่เกิดเหตุอยู่ในซอยถ้ำพุงช้าง เขตเทศบาลเมืองพังงา เป็นภูเขาหินส่วนที่เป็นเหมือนงวงช้าง ความสูงประมาณ 30 เมตร ยาวประมาณ 200 เมตร อยู่ด้านข้างส่วนหัวของเขาช้าง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดพังงา เกิดพังถล่มลงมาโดยไม่ทราบสาเหตุ ไม่พบผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด สนง.ปภ.พังงาจึงจัดทำแนวกั้นเขตอันตราย พร้อมกับได้ติดต่อประสานงานให้ อบจ.พังงา นำเครื่องจักรกล เข้าไปปรับแต่งให้เป็นบังเกอร์ เพื่อป้องกันหินภูเขาที่อาจถล่มลงมาได้อีก หินที่ถล่มลงมามีจำนวนมาก บางก้อนมีขนาดใหญ่คาดว่าน้ำหนักมากกว่า 5 ตัน ยากต่อการเคลื่อนย้ายออกนอกพื้นที่ ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถดำเนินการแก้ไขปัญหาทั้งหมดอย่างเป็นทางการได้ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ โดยจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการ เข้าไปดำเนินการตรวจสอบแก้ไขปัญหา เพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน เนื่องจากพบว่าหากเกิดฝนตกหนัก ก็อาจเกิดเหตุหินภูเขาถล่มลงมาได้อีกทุกเมื่อ
นายบำเพ็ญ บริพัฒน์ ราษฎรพังงา เปิดเผยว่า เขาช้างถือเป็นสัญลักษณ์ของ จ.พังงา มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน รวมทั้งมีตำนาน เรื่องเล่า เกี่ยวกับเขาช้าง มากมายหลายเรื่อง ซึ่งราษฎรพังงาถือว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมืองพังงามาแต่อดีต หากสังเกตเห็นว่าเขาช้าง “ห่มผวย” หมายถึงห่มผ้าห่ม คือ เป็นลักษณะที่ถูกเมฆ หรือหมอกปกคลุมจนขาวโพลน ชาวบ้านสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน ก็มักจะเกิดเหตุไม่คาดฝัน คืนฝนตกหนักน้ำท่วมฉับพลันทุกครั้ง การที่เขาช้างถล่มครั้งนี้ จึงน่าจะเป็นลางบอกเหตุร้ายอะไรบางอย่าง





