กองทัพเรือ นำคณะสื่อมวลชนสังเกตการณ์การปฏิบัติงานของศอ.ยฐ. ด้านผบ.ทร.ภ.3 สั่ง เพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนช่วงที่ใกล้จะหมดฤดูมรสุม ซึ่งมีแนวโน้มที่ผู้อพยพจะเริ่มออกเดินเรือผ่านไปประเทศที่สาม
เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2558 ที่กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 นาวาเอก เบญจมาพร วงศ์นครสว่าง ผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์ สำนักปฏิบัติการจิตวิทยา กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ นำคณะสื่อมวลชนทั้งจากส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และสื่อมวลชนต่างประเทศ เข้ารับฟังการบรรยายสรุปและร่วมสังเกตการณ์ การตรวจพื้นที่ทะเลของศูนย์อำนวยการลาดตระเวนและช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ผู้โยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติใน มหาสมุทรอินเดีย ในพื้นที่ทะเลอันดามัน ที่ทัพเรือภาคที่ 3 จังหวัดภูเก็ต โดยมี พลเรือตรี กิติพงษ์ รุมาคม รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 พร้อมคณะให้การต้อนรับ ซึ่งหลังฟังบรรยายสรุปประมาณ 1 ชั่วโมง ได้พาสื่อมวลชนร่วมในปฏิบัติการตรวจเยี่ยมลาดตระเวนทางเรือ
โดยปฏิบัติการในวันนี้เจ้าหน้าที่ได้นำเรือหลวงแกลง ออกลาดตระเวนไปยังเกาะแก่งต่างๆ ที่คาดว่าเป็นเส้นทางผ่านของเรือผู้อพยพชาวโรฮีนจา หรือผู้โยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติ โดยได้มีการสุ่มตรวจเยี่ยมเรือ สิรินำโชค 8 เรือประมงอวนล้อม (อวนดำ)สัญชาติไทย ขณะลอยลำอยู่ในทะเล ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ส่งสัญญาณเรือเข้าเทียบ ก่อนจะเข้าตรวจเอกสารการอนุญาตเรือ และตรวจบัตรแรงงานบนเรือทั้งหมด 34 คน ตามขั้นตอน
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบ พบมีเอกสารการอนุญาตกัปตันเรือและอาชญาบัตรเรือถูกต้อง ขณะที่บัตรแรงงานครบถ้วนตามที่แจ้ง จึงให้แพทย์ทหารให้การช่วยเหลือแรงงานที่เจ็บป่วย ซึ่งพบมีแรงงานต่างด้าว 1 รายมีแผลที่นิ้วมือ เจ้าหน้าที่ได้ทำการปฐมพยาบาลพร้อมมอบอุปกรณ์ปฐมพยาบาล 1 ชุดให้แก่กัปตันเรือเพื่อใช้ในเรือ
พลเรือโท สายัญ ประสงค์สำเร็จ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 กล่าวถึง ศอ.ยฐ.ว่าได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 26 พฤษภาคม 2558 ที่ผ่านมา โดยในส่วนของกองทัพเรือได้มีการจัดตั้ง ศูนย์อำนวยการลาดตระเวนและช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมของกองทัพเรือ โดยจัดกำลังหลักจากทัพเรือภาคที่ 3 และใช้เรือหลวงอ่างทองเป็นฐานปฏิบัติการลอยน้ำในทะเลอันดามัน บริเวณพื้นที่ติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อให้ความช่วยเหลือ หากพบเจอเรือผู้อพยพ ทั้งอาหาร น้ำ ด้านการแพทย์ พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกในการเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทางที่ผู้อพยพต้องการ ซึ่งผู้อพยพมิได้มีความประสงค์ ที่จะเข้ามาในประเทศไทยอยู่แล้ว เพียงแต่ใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านไปยังประเทศที่สาม ทั้งนี้ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา ได้เริ่มเข้าสู่ฤดูมรสุม ประกอบกับทะเลมีคลื่นลมแรง เป็นอุปสรรคต่อการเดินทางของกลุ่มผู้อพยพ ดั้งนั้น ในห้วงระยะเวลาดังกล่าว จึงเป็นช่วงที่ไม่ค่อยพบการอพยพของผู้ที่ต้องการโยกย้ายถิ่นฐาน แต่ทางกองทัพเรือ โดยทัพเรือภาคที่ 3 ยังคงจัดกำลังออกลาดตระเวนอย่างต่อเนื่อง และจากนี้เป็นต้นไปซึ่งถือเป็นช่วงที่ใกล้จะหมดฤดูมรสุม จึงมีแนวโน้มที่ผู้อพยพ จะเริ่มเดินทางเพื่อโยกย้ายถิ่นฐานอีกครั้งหลังจากที่ได้หยุดพักในช่วงฤดูมรสุม ซึ่งทางทัพเรือภาคที่ 3 จะเพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนเรื่องดังกล่าวเพิ่มขึ้น นอกจากนั้นยังได้ให้เรือลาดตระเวณ ร่วมตรวจสอบเรือประมงผิดกฎหมายด้วย
อย่างไรก็ตาม สำหรับปัญหาของผู้โยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติในมหาสมุทรอินเดีย นับได้ว่าเป็นปัญหาในระดับภูมิภาคและในระดับโลก ในส่วนของประเทศไทย รัฐบาลมีความห่วงใยด้านในด้านมนุษยธรรมของผู้โยกย้ายถิ่นฐานเหล่านี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จึงได้มอบหมายให้ กระทรวงกลาโหม โดยสั่งการให้กองบัญชาการกองทัพไทย จัดตั้ง ศูนย์อำนวยการลาดตระเวนและช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมผู้โยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติใน มหาสมุทรอินเดีย หรือ ศอ.ยฐ. ขึ้น โดยมีหน้าที่ควบคุมการปฏิบัติการลาดตระเวนและช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมของผู้โยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติใน มหาสมุทรอินเดีย รวมถึงหากมีการร้องขอในการร่วมดำเนินการของมิตรประเทศทาง ศอ.ยฐ. ก็จะดำเนินการควบคุมการปฏิบัติการของมิตรประเทศด้วย
Cr ภาพและข่าว : Metalnop Madden







