กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี จัดทำโครงการ “บริจาคโลหิตจากใจเทิดไท้องค์ราชินี”
เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2558 ที่สำนักงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี (ที่ว่าการอำเภอเมืองหลังเก่า)ดร.พัลลภ สิงหเสนี รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิด โครงการ “บริจาคโลหิตจากใจเทิดไท้องค์ราชินี” พร้อมด้วย นางณัฐพร ผาณิตพิเชฐวงศ์ ประธานคณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดภูเก็ตพร้อมคณะ นางวิภาพรรณ คูสุวรรณ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ตพร้อมคณะ นักศึกษา ประชาชน เข้าร่วมงาน
นางณัฐพร ผาณิตพิเชฐวงศ์ กล่าวรายงานว่า โครงการ “บริจาคโลหิตจากใจเทิดไท้องค์ราชินี” ครั้งนี้ เนื่องในวโรกาสมหามงคล วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เจริญพระชนมายุ 83 พรรษา ในวันที่ 12 สิงหาคม 2558 ที่จะถึงนี้ ด้วยพระกรณียกิจที่ทรงงานตลอดเวลา ทรงอุทิศและทุ่มเทพระวรกาย อย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย เพื่อให้สตรีได้พัฒนาอาชีพและความเป็นอยู่ที่ดีของชาวไทยทั้งปวง
ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษามหามงคลที่จะถึงนี้ กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดภูเก็ต ได้จัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติภายใต้ชื่อ โครงการ “บริจาคโลหิตจากใจเทิดไท้องค์ราชินี” โดยได้เชิญชวนให้หลายๆ หน่วยงานเข้าร่วมกิจกรรม รวมถึงกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ทั้ง 16 ตำบล เข้าร่วมบริจาคโลหิตในครั้งนี้และกลุ่มสตรีกองทุนฯ ยังได้นำผลิตภัณฑ์จากโครงการที่ได้รับเงินสนับสนุนจากเงินทุนหมุนเวียนของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี มาจำหน่ายหลายผลิตภัณฑ์
ดร.พัลลภ สิงหเสนี กล่าวว่า ขอชื่นชมและยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่คณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดภูเก็ต ได้มีการจัดกิจกรรมโครงการ “บริจาคโลหิตจากใจเทิดไท้องค์ราชินี” เพื่อเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2558 ในครั้งนี้ ปัจจุบันสตรีมีบทบาทในการพัฒนาและขับเคลื่อนกิจกรรมในสังคมมากขึ้น ส่วนราชการต่างๆเล็งเห็นความสำคัญจึงช่วยกระตุ้นสนับสนุน และส่งเสริมให้สตรีมีการรวมตัวเพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันในการบริหารจัดการชุมชนของตนเองมากขึ้น เพื่อเป็นการรวมพลังสตรีจังหวัดภูเก็ตได้แสดงออกถึงความจงรักภักดี และรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ แด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และที่สำคัญยิ่ง ได้ตั้งหน่วยรับบริจาคโลหิต เพราะโลหิตเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการดำรงชีวิตของมนุษย์และอีกหลายชีวิตที่ต้องการความช่วยเหลือ อีกทั้งได้ส่งเสริมการตลาดให้กับสมาชิกกองทุนที่ได้รับเงินกู้หมุนเวียนได้มีช่องทางการตลาดเพิ่มขึ้น











