ประชุมการประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 2

13082782_1692108277673427_8400208207411680539_n

13064514_1692108344340087_3744195887690237579_o

13041331_1692108327673422_8904868012510977618_o

11259042_1692108384340083_3684694874221284318_o

พลังงานจังหวัดภูเก็ต ประชุมการประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 2 (ปั้มหยอดเหรียญและปั้มหลอดแก้วมือหมุน)

เมื่อวันที่ 26 เมษายน  2559  เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต ดร.ประเจียด อักษรธรรมกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในการประชุมการประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 2 (ปั้มหยอดเหรียญและปั้มหลอดแก้วมือหมุน) ครั้งที่ 1/2559 โดยมี นายวิโรจน์ ดำคง พลังงานจังหวัดภูเก็ต นายสาธิต กลิ่นภักดี ท้องถิ่นจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

ด้วยประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่องการถ่ายโอนภารกิจงานควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 ไม่ได้กำหนดให้ชัดเจนว่าผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้อนุญาตในภารกิจงานควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงเรื่องใดบ้างและการกำหนดขอบเขตการถ่ายโอนภารกิจของประกาศกรมธุรกิจพลังงานดังกล่าวไม่มีความเชื่อมโยงกับการมอบหมายการเป็นผู้อนุญาตตามภารกิจงานควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง จึงอาจทำให้ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าใจว่าเป็นผู้อนุญาตในกิจการที่ต้องขอรับอนุญาตทั้งหมดตามพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2542 ได้

ดังนั้นเพื่อให้การโอนภารกิจงานควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงตามพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2542 ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นไปด้วยความถูกต้องเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพตามแผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและกำหนดขอบเขตการถ่ายโอนภารกิจด้านควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2542 ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 4 วรรค 9 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2542 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงฉบับที่ 2 พ.ศ. 2540

ทั้งนี้ พลังงานจังหวัดภูเก็ต ได้เน้นย้ำให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมให้ความรู้ในการขอใบอนุญาต ทางพลังงานจังหวัดภูเก็ตจะทำหนังสือแจ้งให้ทางท้องถิ่นจังหวัดภูเก็ตรับทราบและดำเนินการพิจารณาตามขั้นตอนว่าถูกหรือผิด หากมีความผิดจริงก็จะมีการรื้อถอน เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้