ประชุมคณะกรรมการอาเซียน

33041

กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี เป็นเจ้าภาพจัดประชุมคณะกรรมการอาเซียน ครั้งที่ 69 หรือ ASEAN COST ดึงอาเซียนโรดแม็พโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพ เห็นร่วมการยกระดับมาตรวิทยาสู่สากล

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม  2558  เวลา 09.00 น. ดร.พิเชษฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานเปิดการประชุมคณะกรรมการอาเซียน ซึ่งประเทศไทย โดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนความร่วมมือระหว่างประเทศอาเซียนในด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยมีนายพัลลภ สิงหเสนี รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต รศ.ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และเจ้าหน้าที่ระดับปลัดกระทรวงหรือผู้แทนกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน ประกอบด้วย บรูไน ดารุสซาลาม อินโดนีเซีย ลาว เมียนมาร์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม และไทย เข้าร่วมประชุม ระหว่างวันที่ 28 – 29 พ.ค.2558 นี้ ที่โรงแรมโมเวนพิค รีสอร์ท แอนด์ สปา ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต

ดร.พิเชษฐ ดุรงคเวโรจน์  กล่าวว่า ก่อนเปิดการประชุมอย่างเป็นทางการในวันนี้ ได้เริ่มดำเนินการประชุมย่อยตั้งแต่วันที่ 21 พ.ค.2558 ที่ผ่านมา ซึ่งประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพได้นำเสนอประเด็น ท่าทีที่สำคัญต้องการผลักดันและขยายผลความร่วมมือในหลายๆ ด้าน โดยมีบางประเด็นที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบข้อเสนอ โดยเฉพาะความร่วมมือด้านมาตรวิทยาของอาเซียน ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายของฝ่ายไทยเรื่องดังกล่าว เพื่อต้องการผลักดันให้มาตรวิทยาเป็นโครงการพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและเป็นเครื่องมือในการพัฒนาประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอย่างแท้จริง เพื่อให้อาเซียนบรรลุเป้าหมายในการเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวกันที่มั่นคง ดึงดูดการลงทุน แข่งขันได้และยั่งยืน ซึ่งจะได้ดำเนินการจัดทำ Roadmap พร้อมแผนปฏิบัติการให้แล้วเสร็จโดยเร็วเพื่อนำเข้ารับรองในที่ประชุมรัฐมนตรีวิทยาศาสตร์อาเซียนช่วงปลายปีนี้ ดังนั้นหากสามารถดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรม ยิ่งจะทำให้อาเซียนเมื่อรวมเป็นหนึ่งเดียวจะมีความเข้มแข็งเป็นที่ยอมรับในระดับสากลต่อไป ส่วนประเด็นท่าทีที่สำคัญอื่นๆ ก็ได้รับความสนใจและอยู่ระหว่างเก็บข้อมูลเพิ่มเติมต่อเนื่อง ทั้งนี้ ทุกท่าทีหรือทุกประเด็นที่ฝ่ายไทยได้ผลักดันเข้าสู่ที่ประชุมเป็นเรื่องที่ประเทศไทยมีทรัพยากร องค์ความรู้ตลอดจนเทคโนโลยีที่สามารถแลกเปลี่ยนและสร้างประโยชน์ร่วมกันในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนด้วยทั้งสิ้น

นอกจากนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้ชี้แจงข้อมูลประเด็นท่าที และการริเริ่มผลักดันของไทยในเวที ASEAN COST ดังนี้ คือ

1.  การจัดทำแผนปฏิบัติการอาเซียนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ฉบับปี 2558-2563 (ASEAN Plan of Action on Science, Technology and Innovation 2015-2020 – APASTI) เน้นความร่วมมือด้านนวัตกรรมเพิ่มขึ้นพร้อมทั้งการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนและการบริหารงบประมาณ ซึ่งหากประเทศสมาชิกเห็นพ้องร่วมกันก็จะนำไปรับรองในการประชุมรัฐมนตรีวิทยาศาสตร์อาเซียน ครั้งที่ 16 ณ กรุงเวียงจันทร์ สปป.ลาว ช่วงปลายปี 2558 และขณะนี้ยังมีบางประเทศยังไม่เห็นด้วยกับท่าทีดังกล่าว

  1.  การเคลื่อนย้ายกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ASEAN Talent Mobility – ATM) โดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเมื่อวันที่ 22-23 พ.ค.2558 เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ในอาเซียน พัฒนากลไกในการเข้าถึงบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ในประเทศสมาชิกอาเซียน และประเทศคู่เจรจาในสาขาที่ขาดแคลน และสร้างโอกาสสำหรับหน่วยงานวิจัยในอาเซียนและประเทศคู่เจรจา ผลสรุปจากที่ประชุมมีมติให้เก็บข้อมูลเพิ่มเติมร่วมกับ National Focal Points และให้ส่งผลสำรวจภายในเดือนสิงหาคม 2558
  2.  การบริหารกองทุนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมอาเซียน

4.   ความร่วมมือด้านการจัดการทรัพยากรน้ำ (สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน)

5.   ความร่วมมือด้านมาตรวิทยา

6.    ความร่วมมือด้านการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีแสงซินโครตรอน (สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน) (องค์การมหาชน)

7.   ความร่วมมือด้านการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอวกาศ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) (สทอภ.)

8.   ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

9.   ความร่วมมือด้านดาราศาสตร์

10.   ด้านการรับรอง/มาตรฐาน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวต่อไปอีกว่า ข้อเสนอทั้ง 10 ประเด็นของไทยนั้น มีทั้งที่ได้รับการตอบรับและไม่เห็นด้วยของกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน และที่เห็นพ้องร่วมกันคือความร่วมมือด้านการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอวกาศ, มาตรวิทยา, ความท้าท้ายใหม่ของอาเซียน เช่น การบริหารจัดการโรค ปัญหานครใหญ่ในอาเซียน ซึ่งเป็นโจทก์ใหม่ ความร่วมมือด้านดาราศาสตร์ ความร่วมมือด้านชีวมวล เป็นต้น ในส่วนของงบประมาณที่จะนำมาดำเนินการนั้น มาจากหลายแหล่งทุนด้วยกัน เช่น กองทุนวิทยาศาสตร์อาเซียน ที่ก่อนหน้านี้ได้นำดอกเบี้ยมาใช้ในการดำเนินการ แต่ไม่เพียงพอ ช่วงหลังได้นำเม็ดเงินมาใช้ก็ยังไม่เพียงพออีก จำเป็นต้องหาแหล่งเงินจากที่อื่นๆ เช่น จากกลุ่มประเทศคู่ค้าของอาเซียน หรือจะเป็นภาคเอกชนในอนาคตอันใกล้นี้ หรือให้ต่างคนต่างออกงบประมาณ ซึ่งในแต่ละปีต้องใช้ประมาณ 10 ล้านบาท