ประชุมทุกภาคส่วนกำกับดูแลรถบ้านจากจีน

12779037_1670143186536603_4450090549050642147_o

12698342_1670143193203269_8543868841790206080_o

12768203_1670143239869931_7133006158523125105_o

12772006_1670143189869936_7194840766695254850_o

12778877_1670143306536591_2838884506855192509_o

จังหวัดภูเก็ต ประชุมทุกภาคส่วนเกี่ยวข้องหามาตรการกำกับดูแลรถบ้านจากจีน หลังเข้ามาใช้พื้นที่สาธารณะเป็นที่พักชั่วคราว

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์  2559  ที่ห้องประชุมสภา อบจ. ภูเก็ต ดร.ประเจียด อักษรธรรมกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมเร่งหามาตรการกำกับดูแลรถบ้านจากจีนเข้ามาใช้พื้นที่สาธารณะเป็นที่พักชั่วคราว โดยมีนายสันติ ป่าหวาย ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภูเก็ต และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

ดร. ประเจียด อักษรธรรมกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยถึงกรณีนักท่องเที่ยวอาศัยรถบ้านจากประเทศจีนขับเดินทางเข้ามาในประเทศไทย โดยมาจากเส้นทาง R3A คุณหมิง เชียงของ จังหวัดเชียงราย และได้เดินทางเข้าสู่จังหวัดภูเก็ตแล้ว ประมาณ 6-7 คัน โดยจอดพักตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะ อาทิ ปลายแหลมสะพานหิน หาดยะนุ้ย หาดในยาง เป็นต้น และในวันนี้ (24 ก.พ.) จังหวัดภูเก็ตได้ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหามาตรการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ทั้งนี้ รถบ้านเป็นรถที่มีการแก้ไขดัดแปลง ทำให้เป็นรถที่ผิดกฎหมายการจราจรทางบกของไทย ขณะที่นักท่องเที่ยวก็สามารถขับรถเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยได้นานสูงสุดถึง 6 เดือน ตามกฎหมายศุลกากร ในส่วนของจังหวัดภูเก็ต ไม่มีพื้นที่สำหรับจอดและทรัพยากรที่จัดสรรไว้สำหรับการให้บริการรถบ้าน ทำให้อาจเกิดปัญหาด้านสาธารณสุข ความสะอาด รวมถึงก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่นักท่องเที่ยวคนอื่น หากจอดในพื้นที่สาธารณะ

อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นตนได้สรุปแนวทางการแก้ปัญหาออกเป็น 2 ประเด็น คือ การจับกุมรถบ้านที่เข้ามาในจังหวัดภูเก็ต โดยไม่มีการละเว้น หรือให้ท้องถิ่นแต่ละแห่ง หรือส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ออกบัญญัติตามอำนาจหน้าที่ เช่น อาจกำหนดพื้นที่และจำกัดจำนวนรถบ้านที่สามารถเดินทางเข้าสู่จังหวัดภูเก็ต การขอใบอนุญาตต่างๆ เป็นต้น โดยจะนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมกรมการจังหวัดประจำเดือนมีนาคมนี้ เพื่อหาข้อสรุปร่วมกันอีกครั้ง

ขณะที่นายสันติ ป่าหวาย ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงมาตรการกำกับดูแลรถบ้านจากประเทศจีน หลังพบมีการเดินทางเข้ามาใช้พื้นที่สาธารณะเป็นที่พักชั่วคราวในจังหวัดภูเก็ต ว่า สำหรับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งจะเป็นเจ้าภาพหลักในการเชื่อมระหว่างกรมศุลกากร กับกรมการขนส่ง เพราะในระเบียบของกรมศุลกากรนั้น มองว่า พาหนะเป็นสิ่งของที่ติดตัวมา อนุญาตให้นำเข้ามาได้ไม่เกิน 6 เดือน แต่ในส่วนของกรมการขนส่ง ถ้าไม่มีใบอนุญาตก็ไม่สามารถเข้ามาวิ่งในประเทศไทยได้ ก็ขัดแย้งกันอยู่ แต่ตอนนี้ได้ทะลักจากจังหวัดเชียงรายเข้ามายังจังหวัดภูเก็ตแล้ว ตรงนี้ทางภูเก็ตเราเองก็ต้องเข้ามากำกับควบคุมในสิ่งที่นักท่องเที่ยวจีนนำเข้ามา จะเข้าดำเนินการจับกุมเลยนั้นคงเป็นไปไม่ได้ เพราะจะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว

แต่อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ณ ตอนนี้ มีมติที่ประชุมออกมาว่า จะปิดกั้นรถบ้านจีนจากจังหวัดเชียงราย ที่มีกว่า 200 คัน เพื่อ ไม่ให้เข้ามาก่อน แต่ในส่วนที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตแล้ว มีประมาณ 6-7 คัน ถ้าครบกำหนดการเข้ามาอยู่แล้วก็ต้องให้เขาออกไป แต่ในช่วงที่เขายังอยู่ เราจะปฏิบัติกับเขาอย่างไร เช่น จัดโซนนิ่งให้เขาอยู่ ตรงไหนที่เขาจะทิ้งสิ่งปฏิกูลต่างๆ ได้บ้าง รถบ้านที่นำเข้ามาจะต้องจอดอยู่กับที่ ไม่ให้วิ่งอย่างอิสระทั่วไป การจะไปท่องเที่ยวเที่ยวตามจุดต่างๆ ในพื้นที่ จะต้องเรียกใช้บริการรถแท็กซี่ หรือยานพาหนะที่อยู่ในพื้นที่ภูเก็ตของเราเท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่เราจะต้องชี้แจงทำความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ ต้องบอกเขาว่าผิดกฎหมายอยู่แล้ว ถ้าจับก็สามารถจับกุมได้ แต่ต้องคำนึงว่าถ้าจับแล้วจะมีผลต่อความสัมพันธ์ ต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวหรือไม่ ซึ่งต่อไปทางกรมการท่องเที่ยว ต้องพิจารณาแล้วว่า การที่จะเอารถบ้านเข้ามา ต้องมีใบอนุญาตผ่านบริษัทนำเที่ยวเข้ามา เพราะจะทำให้เรารู้เส้นทางหรือสถานที่ที่เขาจะไป ได้ชัดเจน ไม่สะเปะสะปะ สามารถควบคุมได้ เช่นเดียวกันองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องเตรียมความพร้อม ว่าต่อไปเมื่อเปิด AEC ตรงนี้เขาคงเข้ามาได้ ในเมื่อเขาได้รับอนุญาตถูกต้องแล้วเราจะทำอย่างไร ท้องถิ่นจะเอาตรงไหนเป็นแลนมาร์ค สำหรับจอดรถบ้าน ต้องมีค่าบริหารจัดการ ทั้งในเรื่องการจัดเก็บค่าจอดรถ ค่าชาร์จไฟ และอาจจะต้องจัดเก็บค่าเข้ามาอยู่ในภูเก็ตด้วย ก็เป็นเรื่องที่จังหวัดจะต้องมาพูดคุยกันอีกครั้ง

“รถบ้านดังกล่าวเข้ามาทางด่านศุลกากรเชียงของ จังหวัดเชียงราย ซึ่งดูแค่ว่าเป็นสิ่งของติดตัวมาเขาก็เก็บภาษีแค่นั้นเอง แต่การอนุญาตที่ถูกต้องไม่มีใครกำกับดูแล แต่ตอนนี้จริงๆ ต้องกำหนดโซน อย่างมาเชียงรายต้องกำหนดกรอบว่าให้อยู่ได้ในเชียงราย แต่นี้ทะลักมายังจังหวัดอื่นได้อย่างไร ต้องเป็นข้อกฎหมายของแต่ละหน่วยงานที่จะเข้าไปกำกับดูแล ซึ่งกรมการขนส่งเอง ต่อไปก็ต้องไปกำหนดกรอบข้อกฎหมายให้ชัดเจนขึ้นมาว่า ไม่อนุญาตให้นำรถบ้านเข้ามา แต่ถ้าจะนำเข้ามา ก็ต้องขออนุญาตกรมการท่องเที่ยว มาในนามบริษัทนำเที่ยวให้เข้ามาเป็นคาราวาน คงไม่เป็นไพรเวทของใคร เพราะจะควบคุมไม่ได้” นายสันติ กล่าว.

12778944_1670143246536597_8447741496939051747_o