กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันประชุมเตรียมความพร้อมรองรับโครงการประจำปี งบประมาณ 2560
เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2559 เวลา 13.30 น. ที่ อาคารคอซิมบี้ ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารงานกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.บ.ก) กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน โดยมี นายขจรเกียรติ รักพานิชมณีรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายสมเจตน์ จงศุภวิศาลกิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนภาคประชาสังคมและภาคเอกชนจากจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรังเข้าร่วม
นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการบริหารงานกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.บ.ก) กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ครั้งที่ 1/2559 เพื่อรับทราบการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของกลุ่มจังหวัด เร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามเป้าหมายของรัฐบาล และพิจารณาการโอนเปลี่ยนแปลงโครงการตามแผนปฏิบัติราชการของกลุ่มจังหวัด โดยในปี 2559 กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันได้รับการจัดสรรงบประมาณสำหรับดำเนินโครงการตามแผนปฏิบัติราชการ จำนวน 18 โครงการ งบประมาณ 449 ล้านบาทเศษ ได้มอบหมายให้หน่วยงานส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจัดทำรายละเอียดข้อเสนอโครงการผ่านความเห็นชอบจากผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วเสนอต่อมายังหัวหน้ากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันเพื่อพิจารณาอนุมัติ ในส่วนของผู้รับผิดชอบโครงการที่มีรายการรายจ่ายลงทุนให้เร่งรัดจัดหาผู้รับจ้างและลงนามในสัญญาตามมาตรการที่สำนักงบประมาณกำหนด อีกทั้งได้กำชับให้คณะอนุกรรมการติดตามโครงการประชุมและออกตรวจติดตามโครงการเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง เพื่อติดตามสรุปผลการดำเนินโครงการในขั้นตอนต่าง ๆ แล้วนำรายงานต่อที่ประชุมกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันเพื่อรับทราบ หากพบเจอปัญหาในการดำเนินโครงการให้แจ้งทางผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องรับทราบและเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาในขั้นต้น
ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ในฐานะประธานของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ได้เน้นย้ำในเรื่องการเตรียมความพร้อมรองรับโครงการและกิจกรรมที่ขอรับจัดสรรงบประมาณ ประจำปี 2560 โดยโครงการที่กลุ่มจังหวัดได้บรรจุในแผนปฏิบัติราชการมีทั้งหมด 48 โครงการ งบประมาณ 1 พันล้านบาทเศษ พร้อมทั้งกำชับให้หน่วยงานส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจัดเตรียมบุคลากรและพื้นที่ดำเนินโครงการให้พร้อม สามารถดำเนินการได้ทันทีเมื่อได้รับการอนุมัติโครงการ ทั้งยังขอความร่วมมือจังหวัดพิจารณาความเหมาะสมของส่วนราชการที่รับผิดชอบโครงการควรมีศักยภาพในการบริหารจัดการให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และให้ดำเนินโครงการให้แล้วเสร็จตามกรอบระยะเวลาที่กำหนดต่อไป




