จังหวัดภูเก็ตประชุม คณะอนุกรรมการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐ พิจารณาเห็นชอบแผนผัง การปรับรูปแผนที่แนวเขตที่ดินทั้ง 19 แผนผัง
เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2559 เวลา 14.30 น. ที่ห้องประชุมสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการมาตราส่วน 1 ต่อ 4000 หรือ one map จังหวัดภูเก็ตครั้งที่ 3/2559 โดยมีคณะอนุกรรมการและผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาผลการดำเนินงานทางเทคนิคเพื่อการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการมาตราส่วน 1 ต่อ 4000 จังหวัดภูเก็ต ผลความคืบหน้าขณะนี้ คณะทำงานทางเทคนิคเพื่อดำเนินการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ ได้ลงพื้นที่ออกสำรวจวางแนวเขตร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในแต่ละพื้นที่ สามารถดำเนินการแล้ว 217 ระวาง คิดเป็น 100 % จากนั้นได้นำเสนอแผนผังทั้ง 19 แผนผัง ที่คณะทำงานได้จัดทำเส้นแนวเขตเรียบร้อยแล้ว เพื่อ ขอมติจากอนุกรรมการให้ความเห็นชอบในการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ ประกอบด้วย ป่าสงวนแห่งชาติเกาะโหลน ป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาโต๊ะแซะป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขานาคเกิด ป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาสามเหลี่ยม ป่าสงวนแห่งชาติป่าควนเขาพระแทว ป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขากมลา ป่าสงวนแห่งชาติป่าบางขนุน ป่าสงวนแห่งชาติป่าเลนคลองเกาะผี ป่าสงวนแห่งชาติป่าเลนคลองท่ามะพร้าว ป่าสงวนแห่งชาติป่าเลนคลองบางชื่อเหล้าท่าจีนและป่าเลนคลองท่าเรือป่าสงวนแห่งชาติป่าเลนคลองบางโรง และป่าสงวนแห่งชาติป่าเลนคลองพารา และภายหลังจากที่คณะอนุกรรมการเห็นชอบฝ่ายเลขานุการจะได้จัดส่งข้อมูลนำเสนอ กอ.รมน. ภาค 4 เพื่อพิจารณารวบรวมและนำเสนอคณะอนุกรรมการระดับชาติต่อไป ทั้งนี้การปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการหรือ one mapเป็นนโยบายสำคัญที่รัฐบาลจะจัดทำฐานข้อมูลแนวเขตป่าไม้และแนวเขตที่ดินของรัฐให้ถูกต้องตรงตามกฎหมายโดยจะดำเนินการเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับแนวเขตที่ดินของหน่วยงานราชการเท่านั้นยังไม่มีการดำเนินการใดๆกับแปลงที่ดินของประชาชนทั้งที่มีเอกสารสิทธิ์และไม่มีเอกสารสิทธิ์จึงจะไม่มีผลกระทบสิทธิใดๆอันพึงมีพึงได้ของประชาชนเป็นเพียงการทำให้เกิดแนวเขตที่ดินของรัฐที่ชัดเจนตรงตามสภาพข้อเท็จจริงของแนวเขตที่ประกาศตามกฎหมายกับแนวเขตจริง และแปลงที่ดินจะต้องสอดคล้องกันแนวเขตต่อกันสนิทไม่ทับซ้อนและถูกต้องตามหลักวิชาการ




