ปลูกฝังสํานึกรักสามัคคีและเสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ จังหวัดภูเก็ต

ภูเก็ต จัดโครงการปลูกฝังสํานึกรักสามัคคีและเสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ จังหวัดภูเก็ต ประจําปี 2563 เพื่อส่งเสริมความรักสามัคคีและความปรองดองให้แก่เยาวชน

วันที่ 22 กรกฎาคม 2563 นายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิด “โครงการปลูกฝังสํานึกรักสามัคคีและเสริมสร้างความปรองดอง

สมานฉันท์ จังหวัดภูเก็ต ประจําปี 2563 พร้อมบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข” โดยมีนักศึกษาจากศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดภูเก็ต ทั้ง 3 อำเภอ จำนวน 125 คน เข้ากิจกรรม ณ ศาลาประชาคมจังหวัดภูเก็ต อําเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต

นายอัครา สุวัตถิกุล ป้องกันจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ตามที่กระทรวงมหาดไทย ได้จัดทําโครงการปลูกฝังสํานึกรักสามัคคีและเสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติ ตั้งแต่ปี 2555 จนถึงปัจจุบัน เพื่อปลูกฝังและเสริมสร้างแนวคิดของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ให้ได้ศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับหลักการทรงงาน แนวทางพระราชดําริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้หลักการมีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์แก่สังคม/ชุมชน ในพื้นที่ของตนเอง

จังหวัดภูเก็ต จึงได้โครงการในครั้งนี้ขึ้น ในระหว่างวันที่ 22-24 กรกฎาคม 2563 เพื่อให้เด็กและเยาวชน “ร่วมกันคุย” แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อ “สร้างสามัคคี” โดยกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เสริมสร้างสามัคคีและปรองดองของประชาชน และความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ อันเป็นสถาบันหลักของชาติ  รวมทั้งเพื่อให้เด็กและเยาวชน“ร่วมกันคิด” ระดมสมอง เพื่อ “สร้างพลัง” โดยการปลูกฝังและเสริมสร้างกระบวนการคิดและการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์  และเพื่อให้เด็กและเยาวชน “ร่วมกันทํา” เพื่อ “สร้างสังคม ปรองดอง” โดยการบูรณาการความรู้และประสบการณ์จากการร่วมกันคุย ร่วมกันคิด มาร่วมกันจัดทําโครงการกิจกรรม เพื่อส่งเสริมความรักสามัคคีและความปรองดอง ภายใต้กระบวนการเรียนรู้ 3 ร่วม 3 สร้าง โดยมีกลุ่มเนื้อหาประกอบด้วย ภาคความรู้ทางวิชาการ, การศึกษาดูงานโครงการพระราชดําริ ศูนย์เรียนรู้ตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตและจังหวัดพังงา, และการเปิดเวทีอภิปราย เพื่อแลกเปลี่ยนรู้ของกลุ่มผู้เข้าอบรม ภายใต้หัวข้อ “แตกต่าง แต่ไม่แตกแยก”