ปัญหามัคคุเทศก์เถื่อน พร้อมเรียกร้องให้มีการตรวจสอบ

12052602_1633039873580268_5508418009521668075_o

12020005_1633040016913587_8493292738986579322_n

12011390_1633039910246931_7379218056368244652_n

กลุ่มมัคคุเทศก์อาชีพอันดามัน ประมาณ 200 คน รวมตัวยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาและผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เรียกร้องให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ในการจัดการปัญหามัคคุเทศก์เถื่อน พร้อมเรียกร้องให้มีการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐในกระทรวงท่องเที่ยวฯ ภูเก็ต

เมื่อวันที่ 21 กันยายน  2558  เวลา 09.30 น.  ที่บริเวณหน้าอาคารศาลากลางจังหวัดภูเก็ต กลุ่มมัคคุเทศก์อาชีพ อันดามัน ทุกภาษา ทั้งภาษาจีนรัสเซีย ญี่ปุ่น เยอรมัน ฯลฯ ประมาณ 200 คน นำโดยนายกฤช เทพบำรุง ว่าที่นายกสมาคมมัคคุเทศก์อันดามัน รวมตัวกันยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการะทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ และอีกหนึ่งฉบับได้ยื่นถึงผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ทั้งนี้เพื่อเรียกร้องให้มีการบังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ 2551 อย่างจริงจัง เพื่อแก้ปัญหามัคคุเทศก์เถื่อนให้หมดไป

นายกฤช เทพบำรุง กล่าวถึงปัญหามัคคุเทศก์เถื่อนในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเกิดจากบริษัทนำเที่ยวต่างชาติ อ้างว่ามัคคุเทศก์ไทยมีจำนวนไม่เพียงพอ และไม่สามารถสื่อสารภาษาของตนได้ เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมานานแล้ว และมีการร้องเรียนหลายครั้ง แต่ยังไม่ได้รับการแก้ปัญหาอย่างถูกต้องและเป็นธรรม เนื่องจากบริษัทนำเที่ยวเหล่านั้นมักอ้างว่า มีผลกระทบต่อการท่องเที่ยว และหน่วยงานภาครัฐที่รับผิดชอบในเรื่องนี้ไม่บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด อาจเป็นเพราะมีผลประโยชน์ร่วมกับบริษัทนำเที่ยวต่างชาติ ทำให้ไม่เกรงกลัวกฎหมายไทย ฝ่าฝืนใช้คนต่างชาติมาทำหน้าที่มัคคุเทศก์แทนคนไทยตลอดมามัคคุเทศก์เถื่อนไม่ใช่ถือสัญชาติไทย ไม่คำนึงถึงภาพลักษณ์การท่องเที่ยวในประเทศไทย ทำให้มีผลเสียต่อประเทศชาติและยังก่อให้เกิดการว่างงานของมัคคุเทศก์ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต และจังหวัดใกล้เคียงเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย ส่งผลให้มัคคุเทศก์ในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก และเพื่อรักษาสิทธิและประโยชน์ของมัคคุเทศก์ตาม พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวมัคคุเทศก์ 2551 กลุ่มมัคคุเทศก์อาชีพอันดามัน จึงได้รวมตัวกันเพื่อแสดงถึงความเดือดร้อนของมัคคุเทศก์ และขอให้ช่วยแก้ไขปัญหาบรรเทาความเดือดร้อน เพื่อรักษาสิทธิและประโยชน์ของมัคคุเทศก์ไทย โดยเรียกร้องให้ผู้ว่าฯ สั่งการให้หน่วยงานภาครัฐที่รับผิดชอบ เช่น กรมการท่องเที่ยวฯ ตำรวจท่องเที่ยวและภาคเอกชนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง บังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ 2551 อย่างจริงจัง เพื่อจัดการขั้นเด็ดขาดกับมัคคุเทศก์ต่างชาติและบริษัทนำเข้ามัคคุเทศก์ต่างชาติผิดกฎหมาย ขอให้ผู้ว่าฯ อนุญาตให้มัคคุเทศก์ไทยที่มีบัตรถูกต้องตามกฎหมาย ร่วมเป็นเครือข่ายและมีส่วนร่วมกับเจ้าหน้าที่ภาครัฐ เช่น ศูนย์ดำรงธรรม หรือกองทัพเรือ จังหวัดภูเก็ต ในการชี้เป้า ตรวจสอบ สืบสวน สอบสวนและจับกุมมัคคุเทศก์เถื่อน เพื่อการท่องเที่ยว และขอให้มีการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่สังกัดกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา จังหวัดภูเก็ต ซึ่งที่ผ่านมาได้กล่าวอ้างว่า กำลังเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอในการออกไปจับกุม และการออกไปจับกุมแต่ละครั้งไม่พบการกระทำผิด ทั้งๆ ที่มัคคุเทศก์เถื่อนเหล่านี้ ได้นำนักท่องเที่ยวไปยังแหล่งสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ ของภูเก็ตอยู่เป็นประจำ

ขณะที่นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวภายหลังรับหนังสือร้องเรียนว่า ตนเข้าใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการสั่งการให้มีการตรวจจับอยู่สม่ำเสมอ แต่ด้วยภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวขนาดใหญ่ มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเป็นจำนวนมาก ย่อมที่จะมีการกระทำที่ไม่ถูกต้องต่างๆ เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามหลังจากวันนี้ไป ตนจะได้มีการกำหนดมาตรการในการดำเนินงานเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้เต็มที่ แต่ถ้าหากจังหวัดมีมาตรการเกี่ยวกับเรื่องนี้ออกไป ต้องขอความร่วมมือสนับสนุนในการดำเนินงานด้วย ในการดำเนินงานของจังหวัดนั้น ขอให้มั่นใจว่าเราจะรักษาภาพรวมของจังหวัดไว้ ซึ่งในภาพรวมของจังหวัดเราจะดำเนินการอย่างเต็มที่ในการบูรณาการทำงานร่วมกัน อาจจะมีบุคคลบางส่วนเสียผลประโยชน์บ้างก็ต้องยอมรับ ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ของการท่องเที่ยว เพื่อที่จะทำให้การท่องเที่ยวของภูเก็ตเป็นไปในทางที่ดีที่สุด