ผบ.มทบ.41 พบปะแกนนำชาวเลราไวย์

13055128_1692107657673489_2357704875256336693_o

13086887_1692107661006822_5913868541260134521_o

13041192_1692107674340154_4828310383107747572_o

ผบ.มทบ.41 เผยหลังจากพบปะแกนนำชาวเลราไวย์ว่าต้องขอข้อมูลข้อเท็จจริงทั้ง2ฝ่ายเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาให้อยู่กันได้อย่างสันติ
เมื่อวันที่ 26 เมษายน  2559 ที่ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต พลตรี ธีร์ณฉัฎฐ์ จินดาเงิน ผบ.มทบ.41 กล่าวภายหลังเรียกพบกลุ่มแกนนำชาวเลราไวย์ ต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ต และตัวแทนองค์กรพัฒนาเอกชน หรือเอ็นจีโอ รวมทั้งสิ้น จำนวน 12 คน เพื่อรับทราบข้อมูลข้อเท็จจริงและความต้องการของชุมชนชาวเลราไวย์ ในเรื่องสิทธิที่ทำกินและที่อยู่อาศัย ว่า จากการพูดคุยในเบื้องต้น ยังไม่ครบถ้วนในเรื่องข้อมูล ซึ่งตอนนี้ได้ทำหนังสือเชิญอีกฝ่ายไปแล้วคือทางบริษัท บารอนฯ เข้ามาพูดคุยทำความเข้าใจกันว่าเขาสามารถดำเนินการให้ได้แค่ไหนอย่างไร จะอยู่ด้วยกันอย่างสันติอย่างไร ก็ต้องมาพูดคุยกัน ซึ่งก็จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย วันนี้ก็เป็นการมาเอาข้อมูลเพื่อหาวิธีให้ทุกอย่างสงบ มีความสงบเรียบร้อยเกิดขึ้นในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม หลังจากได้มีการพูดคุยกับทางบริษัทบารอนแล้ว เชื่อว่า น่าจะมีทางออกที่ดี

นางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวด้วยว่า กรณีที่ทางผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 41 ได้มาขอข้อมูลจากชาวเลราไวย์ วันนี้ เป็นเรื่องที่อยู่ในกระบวนการที่กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอเตรียมข้อมูลไว้หมดแล้วว่า การออกเอกสารสิทธิ์น่าจะมีความไม่ชอบ ตั้งแต่เป็น สค.1 ในส่วนของการแก้ปัญหาชาวเลตามมติ ค.ร.ม. ปี 2553 เห็นว่านายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญมาก คิดว่าจะต้องยกระดับการแก้ปัญหาเป็นคณะทำงานระดับชาติที่จะให้เป็นไปตามมติ ค.ร.ม. ที่ต้องการให้มีการฟื้นฟูวิถีชีวิต ซึ่งชาวเลใน 6 จังหวัดอันดามัน ได้รับผลกระทบทั้งจากนโยบายการท่องเที่ยวและทั้งจากการประกาศพื้นที่อนุรักษ์ทางทะเลด้วย

ในส่วนของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็จะทำหน้าที่ที่จะทำให้เกิดการคุ้มครองสิทธิของชาวเลซึ่งเป็นกลุ่มที่เปราะบางที่สุด แล้วก็มีกติกาสากลว่าด้วยการไม่เลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ ที่ประเทศไทยเคยไปเป็นภาคีไว้ อาจจะต้องรับผิดชอบในเรื่องนี้ ตนคิดว่านายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม น่าจะกำลังหาทางในการที่จะทำให้การแก้ปัญหา ซึ่งเกี่ยวข้องกับหลายกระทรวง ทั้งมหาดไทย กรมที่ดิน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง คิดว่าคงทำให้เกิดความสงบเรียบร้อยในเบื้องต้น เพื่อไม่ให้เกิดการปะทะกัน นางเตือนใจ กล่าว

สำหรับการเรียกกลุ่มแกนนำชุมชนชาวเลราไวย์ เข้าพบดังกล่าว สืบเนื่องจากเกิดกรณีพิพาทระหว่างชุมชนชาวเลราไวย์ กับบริษัทบารอน เวิลด์เทรด จำกัด ซึ่งอ้างสิทธิในที่ดินกว่า 33 ไร่ พยายามเข้ามาดำเนินการปิดทางเข้า-ออก เพื่อพัฒนาพื้นที่ ได้สร้างความไม่พอใจให้กับชุมชนชาวเลราไวย์ ที่ไม่สามารถใช้เส้นทางเข้า-ออก ตั้งแต่แนวรอยต่อของชุมชน ไปยังศาลาบาลัย เพื่อประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อได้ เนื่องจากเส้นทางดังกล่าวตัดผ่านที่ดินของ บริษัทบารอน จนทำให้เกิดการกระทบกระทั่งกันเรื่อยมา และมีการแจ้งคามดำเนินคดีกันทั้งสองฝ่าย และเพื่อเป็นการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ ทางมณฑลทหารบกที่ 41 จึงได้มีการเรียกพบกลุ่มแกนนำชาวเลราไวย์และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องดังกล่าว