ผู้ประกอบการท่องเที่ยวเผยเหตุจลาจลหน้า สภ.ถลางส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวภูเก็ต ขณะผู้ว่าระบุการดำเนินคดีหลังจากนี้จะกระทำโดยรัดกุมรอบคอบให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่ายวอนการชุมนุมประท้วงต่าง ๆ ขอให้อยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย.
เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2550 นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงความคืบหน้าของการติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริงและคดีที่เกิดขึ้น ว่า แบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นเรื่องของคดีที่มีผู้เสียชีวิต 2 ราย จากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งทางจังหวัดฯ ได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาควบคุมดูแลเรื่องข้อเท็จจริงและรายละเอียดของดำนินคดี ซึ่งได้มีการชันสูตรศพแล้ว และแพทย์ยืนยันว่าเป็นการเสียชีวิตจากการกระแทกกับวัตถุที่เป็นของแข็งอย่างรุนแรงที่ศรีษะ เสียชีวิตก่อนที่จะมาถึงโรงพยาบาล ซึ่งส่วนนี้จบแล้ว หลังจากนี้ก็อยู่ในขั้นตอนการแสวงหาข้อเท็จจริง ทั้งผู้มีส่วนได้เสียควบคู่ไปกับการดำเนินการของตำรวจ เหตุที่ทางจังหวัดเข้าไปดูแลนั้นเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ควบคู่ไปกับการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งจะดูในเรื่องการทำลายทรัพย์สิน เนื่องจากเป็นผู้เสียหายโดยตรง เช่น อาคาร ยานพาหนะ เป็นต้น รวมทั้งกรณีของเจ้าหน้าที่ที่ถูกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บด้วย โดยว่ากันไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้มีการรายงานความคืบหน้าของทางคดีแต่อย่างใด โดยยังอยู่ในขั้นของการรวบรวมพยานหลักฐาน
ขณะนี้มีข่าวลือว่าหากมีการออกหมายจับก็จะมีการรวมตัวกันก่อเหตุอีกทางจังหวัดได้เตรียมรับมือไว้อย่างไร ซึ่งนายจำเริญ กล่าวว่า พยายามใช้สื่อทุกช่องทาง และได้มีการประชุมชี้แจงกับหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ ในการให้เข้าใจในเรื่องของข้อกฎหมายและอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย การกระทำใดที่เกิดขึ้นนั้นจะต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกัน แต่ต้องไม่กระทบกับสิทธิของผู้อื่น และไม่สามารถที่จะละเมิดกฎหมายได้ และหากกระทำการใดๆ ที่ละเมิดก็ไม่สามารถที่จะเว้นได้ ฉะนั้นต้องใช้สติ รวมทั้งได้ให้ทางผู้รับผิดชอบถอดบทเรียนที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของเยาวชน และผู้ปกครองจะต้องรับทราบว่าเมื่อทำผิดจะเกิดอะไรขึ้น และมีผลกระทบอย่างไรต่อตนเองและครอบครัว รวมถึงสังคมในระยะยาว
ขณะที่นายภูริต มาศวงศ์ศา ปรานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงผลกระทบที่เกิดจากการชุมนุมประท้วงปิดล้อม สภ.ถลาง จนนำไปสู่การจราจล ว่า จากการสอบถามผู้ประกอบการนำเที่ยวในต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตนพึ่งเดินทางไปร่วมงานส่งเสริมการขาย ที่ประเทศอิตาลี มีหลายฝ่ายสอบถามเกี่ยวกับเหตุการณ์ แต่ที่ส่วนใหญ่จะเป็นกังวล คือ เรื่องหมอกควันมากกว่าเรื่องของการชุมนุมประท้วง เพราะทางยุโรปจะมีปัญหาการชุมนุมประท้วงอยู่ค่อยข้างบ่อยครั้ง และเป็นเรื่องความขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชนในแง่ของการทำงาน อารมณ์พาไป และค่อนข้างเข้าใจ แต่ประเทศที่มีความอ่อนไหว และให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยค่อนข้างสูง เช่น ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เป็นต้น จะระมัดระวังในเรื่องนี้มาก โดยเฉพาะตลาดญี่ปุ่นซึ่งมีบางส่วนที่ยกเลิกการเดินทาง ส่วนของสิงคโปร์มีการเลื่อนการเดินทาง แต่ในภาพรวมมีผลกระทบไม่มากเท่ากับหมอกควัน แม้จะเป็นระยะเวลาสั้น แต่เป็นเรื่องของสุขภาพก็มีทำให้มีผู้ที่เลื่อนการเดินทางเข้ามา เพราะเป็นเรื่องที่ไม่สามารถควบคุมได้ ส่วนเรื่องจลาจลเกิดแค่วันเดียวสามารถควบคุมได้หมด และสถานการณ์ก็เข้าสู่ภาวะปกติภาพลักษณ์หลักๆ ที่สำคัญที่สุดของการท่องเที่ยว คือ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน หากเราสามารถทำได้เป็นอันดับ 1 จะทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยหรือภูเก็ต และยังเป็นความเชื่อมั่นในการให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวอย่างเสรีและมีอิสระ ถัดมาเรื่องสุขอนามัย ไม่ใช่เฉพาะเรื่องหมอกควันอย่างเดียวแต่รวมถึงเรื่องของความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อย และการดูแลอาชีวอนามัย รวมถึงการอำนวยความสะดวกสบายให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามา ตลอดจนนวัตกรรมต่าง ๆ ที่เป็นความต้องการของนักท่องเที่ยวยุคใหม่ เช่น อินเตอร์เน็ต การสื่อสาร.

