ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เขตตรวจราชการที่ 7 ลงพื้นที่ตรวจติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายสำคัญของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยที่จังหวัดภูเก็ต
เมื่อ วันที่ 25 เมษายน 2559 เวลา 10.00 น. นายสุวิทย์ สุบงกฎ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เขตตรวจราชการที่ 7 พร้อมด้วย นางสาวนัทธมน รัตนวิบูลย์ ผู้ช่วยผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย และคณะเดินทางลงพื้นที่ จังหวัดภูเก็ต ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายสำคัญของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย โดยมีนายขจรเกียรติ รักพานิชมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย ผู้แทนจากส่วนราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ในจังหวัดภูเก็ต อาทิ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พาณิชย์จังหวัด จัดหางาน ท่องเที่ยวและกีฬา ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต เป็นต้น เข้าร่วมที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต
การลงพื้นที่ตรวจราชการในครั้งนี้ เป็นการตรวจราชการ ในพื้นที่เขตตรวจราชการที่ 7 ระหว่างวันที่ 25 – 26 เมษายน 2559 ได้แก่ จังหวัดกระบี่ พังงาและภูเก็ต เน้นติดตามโครงการตามแผนปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2559 กลุ่มจังหวัดอันดามัน / ซึ่งประกอบด้วย โครงการที่ไม่สามารถดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างได้ทันภายใน 31 มีนาคม 2559 จำนวน 4 โครงการ / โครงการที่คาดว่าไม่สามารถก่อหนี้ผูกพันได้ทัน ภายใน 30 เมษายน 2559 จำนวน 3 โครงการ / โครงการที่ได้รับผู้รับจ้างแล้วอยู่ระหว่างลงนาม จำนวน 1 โครงการ / โครงการที่ก่อหนี้ผูกพันและอยู่ระหว่างการบริหารสัญญา 12 โครงการ และโครงการที่ขอโอนเปลี่ยนแปลงจาก โครงการศูนย์สุขภาพน้ำแร่ฝั่งทะเลอันดามัน จำนวน 2 โครงการ
โดยในส่วนจังหวัดภูเก็ต เน้นติดตามการดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว รวมทั้งปัญหาชาวต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจท่องเที่ยวในไทย โดยใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง หรือ นอมินี และการบริหารจัดการขยะมูลฝอย
นายสุวิทย์ สุบงกฎ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทยเขต 7 กล่าวว่า วันนี้ได้ติดตามใน 3 ประเด็น ในประเด็นแรกคือ เรื่องความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ซึ่งจังหวัดภูเก็ตทำได้ดีในระดับหนึ่ง ในส่วนของข้อจำกัดการดำเนินงานที่ส่วนกลางต้องปรับ เช่น ข้อกฎหมาย คือ วัสดุอุปกรณ์ เป็นเครื่องไม้เครื่องมือที่สำคัญ เช่นกล้องจับความเร็วต่างๆ ทางเราก็รับไป ที่จะประสานให้ส่วนกลางได้ดำเนินการ ประเด็นที่ 2 คือ เรื่อของนักท่องเที่ยว ทั้งสำนักงานพาณิชย์ สำนักจัดหางาน ทำได้ดีในระดับหนึ่ง ทางคณะตรวจติดตามก็ได้เน้นย้ำ แนะนำให้ทำเชิงรุก และรายงานผลปฏิบัติในแต่ละช่วงของทุก ๆ เดือน ให้ทั่วให้จังหวัดภูเก็ต ซึ่งได้รับทราบในอันที่จะให้มีสถิติ ตรวจทำเชิงรุก ให้มีระบบในการติดตามมากขึ้น และประเด็นสุดท้าย ก็คือ การบริหารจัดการขยะ ซึ่งจังหวัดภูเก็ตนั้น มีท้องถิ่นอยู่ 19 แห่ง มีขยะวันละ 750 ตัน ขีดความสามารถ ในขณะนี้ เรามีเตาอยู่ 2 เตา เสียไปแล้ว 1 เตา อยู่ระหว่างในการดำเนินการ อีก 1 เต่า จะบริหารจัดการแล้วเสร็จ ก็จะเรียกการฝังกลบอีก 50 ตัน ในส่วนตรงนี้คาดว่า อีกไม่ เกิน 2 เดือน จะมีการซ่อมเตาอีก สิ่งที่เป็นห่วงก็คือจังหวัดภูเก็ต ต้องมีการวางยุทธศาสตร์เรื่องของการแก้ปัญหาขยะให้มีเตาสำรองอีก 1 เตา ซึ่งขณะนี้ มีขีดความสามารถในเผาไดประมาณ 250 ตันต่อวัน ใช้มาประมาณ เกือบ 20 ปี ก็ย่อมชำรุดไปพอสมควร ทางด้านเรื่องอื่น ๆ คิดว่า ควรให้ส่วนราชการต่างๆให้ความร่วมมือกับทางจังหวัดในการบริหารจัดการ เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ฝากเน้นย้ำในเรื่องของขยะ คิดว่าต้องอาศัยความร่วมมือกับชุมชน ซึ่งเป็นการบริหารจัดการขยะที่ดีที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปลุก ฝังเด็กเยาวชน รุ่นใหม่ ต้องมีจิตสำนึกที่จะรับรู้ในการบริหารจัดการขยะ ในครัวเรือนด้วยตัวเองจะเป็นสิ่งที่ยั่งยืนที่สุด
ทั้งนี้ในส่วนของปัญหานอมินี ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการลงพื้นที่ตรวจสอบกลุ่มเป้าหมายอย่างต่อเนื่องเดือนละ 1-2 ครั้ง พร้อมทั้งรายงานความคืบหน้าต่อผู้ว่าราชการจังหวัดทราบในการประชุมกรมการจังหวัดประจำเดือนด้วย
อย่างไรก็ตามในส่วนของปัญหาขยะ เน้นให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรณรงค์สร้างจิตสำนึกในคนชุมชนร่วมกันดูแลให้ชุมชนเป็นชุมชนไร้ขยะ พร้อมกำชับนักท่องเที่ยวและบุคคลภายนอกที่เข้ามาในพื้นที่



