ท่าอากาศยานภูเก็ตฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินเต็มรูปแบบ ประจำปี 2558 สร้างความรู้ ความเข้าใจผู้ปฏิบัติงานอย่างถูกต้อง ตามแผนการฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินประจำปี องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ
เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2558 เวลา 01.07 น.บริเวณท่าอากาศยานภูเก็ต อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ท่าอากาศยานภูเก็ต บริษัท ท่าอากาศไทย (มหาชน) ได้จัดให้มีการฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินเต็มรูปแบบ ประจำปี 2558 (Phuket International Airport Emergency Plan Exercise) โดยจำลองสถานการณ์สมมติว่าอากาศยานไถลออกนอกทางวิ่ง (รันเวย์) โดยมีนายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธาน มีนางมนฤดี เกตุพันธุ์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต เป็นผู้อำนวยการสถานการณ์ นอกจากนี้ยังมีนายวีระ เกิดศิริมงคล นายอำเภอถลาง ตลอดจนผู้บริหารท่าอากาศยานภูเก็ต พนักงานเจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานภูเก็ต หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้อง สายการบิน ผู้ประกอบการต่างๆ ในท่าอากาศยานภูเก็ต และองค์กรมูลนิธิที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมฝึกซ้อมและสังเกตการณ์
ทั้งนี้ได้มีการสมมุติสถานการณ์ว่า ในวันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน 2558 เวลา 01 .07 น. อากาศยานแบบ A320-200 ของสายการบินออสก้า แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ OK 123 เส้นทางท่าอากาศยานออสก้า (ประเทศออสก้า) – ท่าอากาศยานภูเก็ต (ประเทศไทย) โดยได้เดินทางออกจากท่าอากาศยานออสก้า พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือรวมทั้งหมด 158 คน ปลายทางท่าอากาศยานภูเก็ต ขณะอากาศยานลงสู่สนามบินทางวิ่ง 27 นักบินพยายามเบรค เพื่อหยุดอากาศยาน แต่เนื่องจากมีลมกรรโชกแรงทำให้อากาศยานเสียการทรงตัวบริเวณทางขับสาย B เครื่องยนต์อากาศยานเกิดขัดข้อง ทำให้ไฟลุกไหม้บริเวณเครื่องยนต์หมายเลข 2 และกรณีดังกล่าวได้เข้าสู่แผนแจ้งเหตุฉุกเฉินท่าอากาศยานภูเก็ต
นางมนฤดี เกตุพันธุ์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการฝึกซ้อมแผนฯ ว่า เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศที่กำหนดให้แต่ละท่าอากาศยานของรัฐภาคี จะต้องมีการฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินเป็นประจำทุกปี และเป็นไปตามข้อเสนอแนะที่ปรากฏอยู่ใน ICAO Doc.9137 (Airport Service Manual) และเพื่อให้เกิดความปลอดภัย สอดคล้องกับข้อบังคับของคณะกรรมการการบินพลเรือน ฉบับที่ 82 เรื่อง ระบบการจัดการนิรภัยสนามบิน ตลอดจนเพื่อให้ผู้เข้าร่วมการฝึกซ้อมมีความรู้ความเข้าใจในการติดต่อ ประสานงาน และสามารถปฏิบัติงานในสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างถูกต้องเหมาะสม และใช้เวลาน้อยที่สุดในการเข้าแก้ไขสถานการณ์ เพื่อลดผลกระทบ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด




