อบจ.ภูเก็ต สนับสนุนการฝึกอบรมวิชาชีพแก่ผู้ต้องขังเรือนจำ จ.ภูเก็ต
นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมวิชาชีพแก่ผู้ต้องขังเรือนจำจังหวัดภูเก็ต โดยการสนับสนุนขององค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ซึ่งมี นายพิชิต วรรณจิตต์ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดภูเก็ต ข้าราชการเรือนจำจังหวัดภูเก็ต และคณะวิทยากร เข้าร่วม ที่เรือนจำจังหวัดภูเก็ต
ทั้งนี้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ได้สนับสนุนงบประมาณในโครงการฝึกอบรมวิชาชีพแก่ผู้ต้องขัง จำนวน 515,000 บาท โดยจะทำการฝึกอบรมวิชาชีพสาขาต่างๆ ที่เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน เช่น ช่างก่ออิฐ ฉาบปูน ช่างเชื่อมโลหะ ช่างเดินสายไฟฟ้าภายในอาคาร ช่างซ่อมมอเตอร์ไซค์ การทำอาหาร การทำขนม วิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร เป็นต้น และขณะเดียวกันในระหว่างการฝึกอบรม เรือนจำจังหวัดภูเก็ต ก็จะได้รับการพัฒนาด้านโครงสร้างต่างๆ อันเนื่องมาจากการที่เรือนจำสร้างมานานอายุรวม 114 ปี เช่น การปรับปรุงสถานที่ทำงานสำหรับต้อนรับประชาชนผู้มาติดต่อราชการ การปรับปรุงสายไฟฟ้าที่เก่าแก่ โดยเรือนจำจังหวัดภูเก็ตจะได้ดำเนินการฝึกวิชาชีพต่างๆ ตามแผนกงานและกิจกรรมที่กำหนดไว้ต่อไป
สำหรับในวันนี้ มีการเปิดฝึกอบรมวิชาชีพช่างก่ออิฐฉาบปูน รุ่นที่ 1 ระหว่างวันที่ 5-13 กุมภาพันธ์ 2558 แก่ผู้ต้องขัง จำนวน 25 คน วิชาชีพช่างปูกระเบื้อง รุ่นที่ 1 ในวันที่ 16-17 กุมภาพันธ์ 2558 แก่ผู้ต้องขัง จำนวน 25 คน วิชาชีพช่างเชื่อมโลหะไฟฟ้า วิชาชีพการทำขนม และวิชาชีพการตัดเย็บเสื้อผ้าสตรี ตามลำดับ โดยได้รับความร่วมมือวิทยากรจากศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดภูเก็ต วิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเมืองภูเก็ต เป็นต้น
เรือนจำจังหวัดภูเก็ต กรมราชทัณฑ์ มีภารกิจในการควบคุมและแก้ไขพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง ให้เป็นพลเมืองที่มีคุณค่าต่อการพัฒนาประเทศ จึงได้กำหนดแผนยุทธศาสตร์เรือนจำ ประจำปีงบประมาณ 2555-2558 ในประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนาพฤตินิสัย เพื่อคืนคนดีสู่สังคม โดยกำหนดยุทธศาสตร์ว่าผู้ต้องขังได้รับการแก้ไขและพัฒนา รวมถึงการได้รับการจัดสวัสดิการการสงเคราะห์และเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย
ดังนั้น กลุ่มผู้ต้องขังที่อยู่ระหว่างต้องโทษอยู่ภายในเรือนจำ จำเป็นต้องได้รับการแก้ไข ฟื้นฟู และพัฒนาพฤตินิสัยในด้านต่างๆ เช่น การศึกษา การฝึกวิชาชีพ รวมถึงหลักในการดำเนินชีวิต การพัฒนาทักษะชีวิตทางสังคมในด้านต่างๆ เพื่อให้ได้รับกระบวนการขัดเกลาให้มีความมั่นใจในการออกไปเผชิญโลกภายนอก การปรับตัวให้เข้ากับสังคม และไม่หวนกลับมากระทำผิดซ้ำอีก ผู้ต้องขังที่ต้องโทษทั้งระยะสั้นและระยะยาว จะมีความวิตกกังวล ขาดความมั่นใจในการออกไปเผชิญชีวิตในสังคม ผู้ต้องขังไม่ทราบว่า สังคมจะไม่ให้โอกาส ทำให้ตัดสินใจเข้าสู่วงจรการกระทำผิดซ้ำอีก ซึ่งการจัดโครงการฝึกอบรมดังกล่าว เพื่อให้ผู้ต้องขังที่ถูกควบคุมอยู่ในเรือนจำจังหวัดภูเก็ต และผู้ต้องขังที่กำลังจะพ้นโทษ ได้มีการพัฒนาตนเอง และเสริมสร้างทักษะชีวิตทางสังคม เพื่อปรับเจตคติ และดำเนินชีวิตที่ถูกต้องเหมาะสม รวมถึงมีวิชาชีพติดตัวไปภายหลังพ้นโทษและสามารถนำวิชาชีพไปประกอบอาชีพภายหลังพ้นโทษได้





