ภูเก็ตการสัมมนา เรื่อง “พร้อมรุก – ปรับรับ AEC Plus” ของผู้ประกอบการในจังหวัดภูเก็ต
เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2558 ที่ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมรอยัลภูเก็ตซิตี้ ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนา เรื่อง “พร้อมรุก – ปรับรับ AEC Plus ของผู้ประกอบการจังหวัดภูเก็ต” ซึ่งสำนักงานพาณิชย์จังหวัดภูเก็ต จัดขึ้น โดยมี นางสาวสุภากิตติ์ เกลี้ยงสงค์ ผู้ช่วยพาณิชย์จังหวัดภูเก็ต นางสาวฐิติ์ผาสุก จรัสเจษฎา ผู้อำนวยการศูนย์ AEC Information center กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ นางสาววิภาวี วรรณพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเจรจาการค้าระหว่างประเทศ จ.สุราษฎร์ธานี ตลอดจน ผู้ประกอบการ OTOP และ SME ในจังหวัดภูเก็ต เข้าร่วมกว่า 200 คน
นางสาวสุภากิตติ์ เกลี้ยงสงค์ ผู้ช่วยพาณิชย์จังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงการจัดสัมมนาดังกล่าวว่า สิ่งที่จะเกิดขึ้นภายหลังการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปลายปี 2558 คือ อาเซียนจะรวมกันเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวกัน สินค้า บริการ การลงทุน ฝีมือแรงงาน รวมถึงปัจจัยการผลิตต่างๆ สามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างเสรี ภายใต้กรอบกฎเกณฑ์ กติกาที่ประเทศสมาชิกอาเซียนมีข้อตกลงร่วมกัน การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นหากเราสามารถปรับตัวได้ก่อน ย่อมสร้างความได้เปรียบ ดังนั้นทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดภูเก็ตร่วมกับกรมเจรจากาค้าระหว่างประเทศซึ่งเป็นผู้สนับสนุนงบประมาณในการจัดสัมมนาครั้งนี้ ได้เชิญวิทยาที่มีประสบการณ์ มีความรู้ความชำนาญด้านการค้าระหว่างประเทศเป็นอย่างดี มาบรรยายแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้เข้าร่วมสัมมนาในครั้งนี้ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้ประกอบการมีความพร้อมในการทำการค้าทั้งเชิงรุกและเชิงรับ เช่นการเรียนรู้พฤติกรรมผู้บริโภคและช่องทางในการเข้าสู่ตลาดอาเซียนพลัส เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงกฎระเบียบ ข้อบังคับในการทำการค้า การลงทุนกับกลุ่มประเทศอาเซียน อาเซียนพลัส และเพื่อสร้างโอกาสและความสามารถในการแข่งขันทางการค้าของผู้ประกอบการในจังหวัดภูเก็ต
ด้าน นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ตมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวทางทะเลสูง มีนักท่องเที่ยวหลายชาติจากทั่วโลก และการเปิดตลาดอาเซียนและอาเซียนพลัส จะเป็นโอกาสที่จะเชื่อมโยงเศรษฐกิจการค้าการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต เข้ากับกลุ่มประเทศอาเซียน โดยผู้ประกอบการเอง จะต้องมีการปรับตัว ทำความเข้าใจความต้องการของนักท่องเที่ยว เพื่อปรับธุรกิจให้สอดคล้องรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยว ทั้งจากจีน และกลุ่มฮาลาลที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงกลุ่มสินค้า OTOP ที่จะต้องมีการพัฒนา ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพื่อดึงความโดดเด่นให้เป็นที่ต้องการของตลาด โดยภาครัฐพร้อมที่จะให้การสนับสนุนต่อไป



