ภูเก็ตประชุมคณะกรรมการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการ เลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการ ให้เข้าไปฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ได้อย่างเต็มอำนาจหน้าที่
เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 09.30 น. ที่ ห้องประชุมชั้น 3 ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 18 ภูเก็ตนายขจรเกียรติ รักพานิชมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจังหวัดภูเก็ตแห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. 2558 โดยมี นายวัชรินทร์ ถิ่นถลาง ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 6 ดร.ก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์ หัวหน้ากลุ่มสัตว์ทะเลหายาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลชายฝั่งและป่าชายเลน และหน่วยงานส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
นายวัชรินทร์ ถิ่นถลาง กล่าวว่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้มีคำสั่งจัดตั้งสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1-7 ซึ่งตามคำสั่งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งดังกล่าวให้อำนาจหน้าที่สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1-7 เป็นฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจังหวัดและสนับสนุนการดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง ในปัจจุบันจังหวัดภูเก็ตมีพื้นที่ซึ่งถือเป็นทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอยู่หลายแห่ง อีกทั้งจังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาปีละหลายสิบล้านคน การบริหารจัดการทรัพยากรจึงมีความสำคัญ เพราะจังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดที่มีจุดแข็งทางด้านทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงาม เพื่อเป็นการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลและชายฝั่งที่ประชุมจึงมีมติให้แต่งตั้งคณะกรรมการและเลขานุการการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งโดยให้มีการร่วมมือกับภาคประชาชน ชุมชนชายฝั่ง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการบำรุงรักษา การอนุรักษ์ การฟื้นฟู และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในจังหวัด
ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้กำชับให้หน่วยงานที่มีส่วนรับผิดชอบในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลและชายฝั่ง เข้าไปวิเคราะห์ รวบรวม และประเมินผลข้อมูล หากพบว่า มีความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลและชายฝั่งให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดำเนินการ ฟื้นฟู บรรเทา ความเสียหายในพื้นที่ เพื่อให้จังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดที่มีความสมบูรณ์ทางด้านทรัพยากรธรรมชาติ และเพื่อเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนต่อไป



