ตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ตรวบไกด์เถื่อนชาวจีน ขณะนำเที่ยวชมแหลมพรหมเทพ ต.ราไวย์ หลังออกตรวจสอบ ซุ่มดูพฤติการณ์ของกลุ่มบุคคลต่าง ๆ ที่นำนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต
เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2559 ที่สถานีตำรวจท่องเที่ยว 2 กองกำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต นายสันติ ป่าหวาย นายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สาขาภาคใต้ เขต 2 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวชุดจับกุม ร่วมแถลงข่าวจับกุมไกด์เถื่อน นาย หวู โดหลิน (WU DAOLIN) อายุ 23 ปี สัญชาติจีน พร้อมด้วยของหลายรายการ ทั้ง ใบรายชื่อนักท่องเที่ยว ใบรายการโปรแกรมนำเที่ยว บิลใบเสร็จการจ่ายเงินในรายการโปรแกรมนำเที่ยวต่างๆ ฯลฯ โดยกล่าวหาว่า ทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์โดยผิดกฎหมาย และเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ทำงาน (มัคคุเทศก์)โดยผิดกฎหมาย
การจับกุมผู้ต้องหาดังกล่าว สืบเนื่องจากก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวชุดจับกุม ได้รับคำสั่งตามวิทยุในราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลงวันที่ 27 ตุลาคม 2558 ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกวดขันจับกุมอาชญากรรม 10 กลุ่มต้องห้ามในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ต เพื่อจับกุมผู้กระทำความผิดดังกล่าวอย่างจริงจัง โดยเน้นมัคคุเทศก์ชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงาน โดยผิดกฎหมายและชาวต่างชาติที่แฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยวเข้ามากระทำความผิด จึงได้ร่วมกันออกตรวจสอบที่บริเวณจุดชมวิวแหลมพรหมเทพ ต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ต โดยการซุ่มดูพฤติการณ์ของกลุ่มบุคคลต่างๆ ที่นำนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยว
กระทั่งเวลาประมาณ 10.30 น.วันนี้ (11 ม.ค.59) ปรากฏว่ามีรถบัสหมายเลขทะเบียน 30-0837 พังงา หน้ารถระบุชื่อบริษัทฟงยุ่น ทราเวล จำกัด เข้ามาจอดยังบริเวณลานจอดรถจุดชมวิวแหลมพรหมเทพ และได้มีผู้ต้องหา นำนักท่องเที่ยวชาวจีน ประมาณ 20 คน ลงจากรถคันดังกล่าว หลังจากนั้นผู้ต้องหาได้นำนักท่องเที่ยวไปยังจุดชมวิวและพูดคุยแสดงท่าทาง แนะนำ บรรยายให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นแล้วสันนิษฐานได้ว่า ผู้ต้องหากำลังทำหน้าที่เป็นเสมือนมัคคุเทศก์ จึงได้เข้าไปแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ขอตรวจสอบและสอบถามผู้ต้องหา ซึ่งให้การยอมรับว่าเป็นมัคคุเทศก์ และไม่มีเอกสารใดๆ แสดงให้เจ้าหน้าที่ดูได้ เจ้าหน้าที่จึงขอตรวจค้นตัวผู้ต้องหา ผลการตรวจค้นพบเอกสารของกลางต่างๆ อยู่ภายในกระเป๋าสะพายสีดำ ที่ผู้ถูกจับกุมสะพายอยู่ สอบถามผู้ต้องหารับว่าเป็นของตนเองจริง และอ้างว่าตนเองเป็นผู้ช่วยมัคคุเทศก์
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ประกอบกับผู้ต้องหาไม่สามารถที่จะแสดงเอกสารการอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวหรือใบอนุญาตทำงานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาอันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ฯ และ พ.ร.บ.การทำงานของคนต่างด้าวฯ ให้ผู้ต้องหาทราบ แจ้งสิทธิ์ จับกุมตัวผู้ต้องหา พร้อมยึดของกลาง นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ฉลอง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



