รองผู้ว่าฯ ภูเก็ตพร้อมส่วนราชการที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่บ้านท่ามะพร้าวเพื่อตรวจเรื่องร้องเรียนการบุกรุกป่าชายเลนที่มีการร้องเรียนว่าไม่มีความคืบหน้าในการดำเนินการตรวจสอบทั้งที่ได้มีการร้องเรียนมาเป็นเวลานานย้ำต้องยึดกฎหมายในการแก้ปัญหา
เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2558 ที่สวนป่าบางขนุน อ.ถลาง จ.ภูเก็ต นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายนิสิต จันสมวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นเป็นประธานการประชุมหาแนวทางการแก้ไขปัญหา กรณีได้รับการร้องเรียนจากนายธารา เครือพานิช ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 บ้านเมืองใหม่ และนายวิชัย ไกรเทพ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 10 บ้านท่ามะพร้าว ต.เทพกระษัตรี อ.ถลาง จ.ภูเก็ต กรณีร้องเรียนการบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลนคลองท่ามะพร้าว แต่ยังไม่มีผลคืบหน้าและกลุ่มบุคคลที่ทำการบุกรุกยังคงทำอยู่เช่นเดิม อีกทั้งเตรียมการก่อสร้างอยู่ตลอดเวลา ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายแต่อย่างใด โดยมี น.อ.บวร พรมแก้วงาม รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดภูเก็ต นายประเจียด อักษรธรรมกุล หัวหน้าสำนักงานจังหวัดภูเก็ต นายประพันธ์ ขันธ์พระแสง หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต ว่าที่ ร.ต.สมภพ ก้อนแก้ว นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเทพกระษัตรี ตลอดจนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ หัวหน้าสถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 23 (ภูเก็ต) เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต สาขาถลาง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เจ้าท่ามิภาคสาขาภูเก็ต หน่วยป้องกันรักษาที่ภูเก็ต 1 (ถลาง) เป็นต้น และชาวบ้านในพื้นที่เข้าร่วม ทั้งนี้ภายหลังจากทางผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 บ้านเมืองใหม่ และผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10 บ้านท่ามะพร้าว ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำเสนอปัญหาและแนวทางการแก้ไขในช่วงที่ผ่านมา รวมทั้งสรุปแนวทางการดำเนินการของหน่วยงานที่รับผิดชอบต่อจากนี้เรียบร้อยแล้ว ก็ได้มีการลงตรวจสอบพื้นที่ที่มีการบุกรุกป่าชายเลนดังกล่าว
นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ เนื่องจากได้รับมอบหมายจากผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตซึ่งสั่งการให้ศูนย์ดำรงธรรมฯ ตั้งคณะกรรมการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหา ตามข้อร้องเรียนของผู้ใหญ่บ้านดังกล่าว ซึ่งร้องเรียนมาอย่างต่อเนื่อง โดยในการแก้ปัญหานั้นจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทั้งในส่วนของผู้ร้องและผู้ถูกร้อง ยึดหลักของข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และให้เกิดผลในทางปฏิบัติด้วย
ประเด็นแรกกรณีการบุกรุกป่าชายเลนให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเข้าไปตรวจสอบพื้นที่หากอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานใดก็ให้ดำเนินการตามกฎหมายของหน่วยงานนั้น แต่ทราบแล้วว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ป่าชายเลน เนื้อที่ประมาณ 39 ไร่เศษ จึงมอบหมายให้ป่าชายเลน ร่วมกับอำเภอ.ถลาง ทัพเรือภาคที่ 3 และกำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ดำเนินการปักแนวเขตให้ชัดเจนและแล้วเสร็จภายใน 15 วัน โดยทางศูนย์ดำรงธรรมฯ จะทำหนังสือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบอีกครั้ง หากพบมีการบุกรุกใหม่ก็ให้ป่าชายเลนดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนการก่อสร้างในพื้นที่ดังกล่าวก็ให้ไปแจ้งความดำเนินคดี และแจ้ง อบต.เทพกระษัตรีทราบ เพื่อดำเนินการตรวจสอบว่าได้รับอนุญาตหรือไม่ ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร รวมทั้งติดป้ายประกาศให้เห็นชัดเจนว่าเป็นพื้นที่ป่าชายเลน
ส่วนประเด็นที่ 2 การบุกรุกถมคลองสาธารณะนั้น ขอให้ทางอำเภอร่วมกับ อบต.เทพกระษัตรี และเจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต ทำหนังสือไปยังที่ดินจังหวัดภูเก็ต สาขาถลาง เพื่อให้ดำเนินการรังวัดแนวเขตที่ชัดเจน และหากพบว่าเป็นการถมคลองสาธารณะก็ให้หน่วยงานเจ้าของพื้นที่แจ้งความดำเนินคดีต่อไป โดยจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน และมอบหมายให้ รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดภูเก็ตติดตามการดำเนินการด้วย

