รองอธิบดีกรมสรรพากร มอบนโยบาย แนวทางการปฏิบัติราชการ ตามมาตรการบัญชีเล่มเดียวและการยกเว้นและลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับ SMEs ซึ่งมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559 ที่ผ่านมาแก่ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ สรรพากรภาค 11 ตั้งเป้ามีผู้ประกอบการขอจดทะเบียน 10,073 ราย
เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 09.00 น. ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ภูเก็ต ศูนย์ราชการกระทรวงการคลัง ถนนนริศร ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต นายสมพงษ์ ตัณฑพาทย์ รองอธิบดีกรมสรรพากร เดินทางลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อมอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติราชการแก่ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ สังกัดสำนักงานสรรพากรภาค 11 โดยมี นางจำเนียร ชูเกียรติ สรรพากรพื้นที่ภูเก็ต พร้อมด้วยข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ สังกัดสำนักงานสรรพากรภาค 11 ซึ่งประกอบด้วย จังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง และชุมพร เข้ารับนโยบายในครั้งนี้
นายสมพงษ์ ตัณฑพาทย์ รองอธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยถึงการลงพื้นที่มอบนโยบายแก่ข้าราชการสังกัดกรมสรรพากรในครั้งนี้ ว่า เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับพระราชกำหนดและพระราชกฤษฎีกาฉบับใหม่ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับมาตรการตามมาตรการบัญชีเล่มเดียวและการยกเว้นและลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับ SMEs ทั้งนี้ สืบเนื่องจากพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ยกเว้นและสนับสนุนการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร พ.ศ.2558 และพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 595) พ.ศ. 2558 ที่มีผลบังคับใช้แล้วมาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559 ที่ผ่านมา ซึ่งเจตนารมณ์ของกฎหมายฉบับดังกล่าว คือการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการจัดทำบัญชีเล่มเดียว ให้สอดคล้องกับสภาพที่แท้จริงของกิจการ ทั้งนี้เพื่อสะท้อนสภาพกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่แท้จริงของประเทศโดยรัฐบาลสามารถนำข้อมูลไปวิเคราะห์และวางแผนในการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบการได้ตรงต่อความต้องการเพื่อเพิ่มศักยภาพทางการเผลิตและการค้ารวมถึงเป็นการสร้างขีด ความสามารถทางการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการซึ่งส่วนใหญ่เป็นวิสาหกิจขนาด กลางและขนาดย่อม
รองอธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ในภาพรวมทั้งประเทศจะมีนิติบุคคลและ SMEs กว่า 4 แสนราย หรือร้อยละ 98 ได้รับประโยชน์จากกฎหมายฉบับนี้ ขณะที่ในส่วนของการจัดเก็บภาษีในปีที่ผ่านมานั้น สรรพากรจัดเก็บได้ต่ำกว่าประมาณการ เนื่องมาจากสภาพเศรษฐกิจ ซึ่งภาครัฐได้กระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการจัดแคมเปญ “ช้อปช่วยชาติ” เมื่อปลายปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ ในอนาคต อาจจะมีการลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้สอดคล้องกับนิติบุคคลด้วย สำหรับจังหวัดภูเก็ต ในปีงบประมาณ 2558 นั้น สามารถจัดเก็บภาษีอากรได้ กว่า 9340 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ ร้อยละ 1.70




