
ราชภัฏภูเก็ตห่วงเด็กอ่านน้อย ปลุกพลังรักการอ่าน จับมือ 3 พันธมิตรร่วม “บ.ร.ร.” สร้างคุณภาพการศึกษา
มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต สำรวจพฤติกรรมอ่าน พบเด็กภูเก็ตอ่านหนังสือน้อยลง เร่งปลุกกระแสการอ่าน จับมือ โรงเรียน ชุมชน นำร่องลงนาม MOU เสริมพลังนิสัยรักการอ่านเยาวชนภูเก็ต หวังอ่านออก เขียนได้ พัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืน
ดร.อมรรัตน์ นาคะโร ประธานสาขาวิชาสารสนเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต กล่าวว่า “การลงนามความร่วมมือ MOU ส่งเสริมนิสัยรักการอ่านแก่เยาวชนภูเก็ต ภายใต้เครือข่าย “บ.ร.ร.” คือ บ้าน โรงเรียน และราชภัฏภูเก็ต โดยได้รับเกียรติจาก ผศ.ธวัชชัย ทุมทอง คณบดี คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ร่วมด้วยตัวแทนในการลงนามใน จ.ภูเก็ต ได้แก่ นางวิสา จรัลชวนะเพท ผอ.โรงเรียนเทศบาลบ้านบางเหนียว, นายวุฒิ สันติเพชร ประธานชุมชนสี่สิบห้อง, นายสมยศ สอสกุล ประธานชุมชนกอไผ่, นางรำไพ ชัยรัตน์ ประธานชุมชนแสนสุข และนายสมบูรณ์ ดิลกมกรพงศ์ ประธานชุมชนต้นโพธิ์ ร่วมลงนาม มีอาจารย์ นักศึกษา เข้าร่วมเมื่อ 17 ธ.ค. 57 ณ ห้องประชุม อาคารคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.ราชภัฏภูเก็ต
สำหรับการลงนาม MOU ในครั้งนี้ เกิดขึ้นจากการลงพื้นที่สำรวจพฤติกรรมการอ่านหนังสือของเยาวชนใน จ.ภูเก็ต ของสาขาวิชาสารสนเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต พบว่ามีค่าเฉลี่ยของการอ่านหนังสือที่น้อยลง ประกอบกับ บางพื้นที่ครอบครัวมีความยากไร้ ไม่มีหนังสืออ่าน ด้วยเหตุผลเหล่านี้ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ซึ่งมีภารกิจในการพัฒนาชุมชน จึงได้วางแผนจัดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน และเขียนหนังสือได้ ด้วยความร่วมมือจากโรงเรียนเทศบาลบ้านบางเหนียว ชุมชนสี่สิบห้อง, ชุมชนกอไผ่, ชุมชนแสนสุข และชุมชนต้นโพธิ์ ซึ่งตั้งอยู่ในละแวกเดียวกัน เพราะการกระตุ้น ปลูกฝัง หรือปรับเปลี่ยนทัศนคติเรื่องการอ่าน และการเรียนรู้ตลอดชีวิต จำเป็นต้องดำเนินการเชิงรุกให้สถานศึกษาและบ้านได้มีบทบาทสำคัญ โดยทาง มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต กำหนดให้มีการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยจะเริ่มช่วงต้นปี 2558 ซึ่งเราจะนำหนังสือ สื่อการสอนที่ทันสมัย และนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ไปทำกิจกรรมร่วมกับเยาวชน ซึ่งการทำงานร่วมกับชุมชนในครั้งนี้ ทางมหาวิทยาลัยจะมีโอกาสได้สร้างความสัมพันธ์อย่างแน่นแฟ้นกับชุมชน ทั้งกลุ่มผู้ปกครอง และผู้สูงอายุ เพื่อขยายผลนำองค์ความรู้อื่นๆ ลงไปอบรมพัฒนาทักษะและสร้างรายได้ให้กับชุมชน เสริมแนวคิดในการเรียนรู้อย่างยั่งยืน เพิ่มความแข็งแกร่งให้สถาบันครอบครัว รวมถึงมีโอกาสในการลงพื้นที่รับฟังสภาพปัญหาของชุมชน มหาวิทยาลัยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการของเราจะจุดประกายให้กับหน่วยงานอื่นๆ นำไปบูรณาการขับเคลื่อนเรื่องชุมชนรักการอ่านต่อไป






