รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างบริเวณหาดนุ้ยภายใน 30 วัน

34171

ทหารเรือทัพเรือภาค 3 พร้อมเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลกะรนเข้าปิดประกาศสั่งผู้ประกอบการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างจำนวน 7 หลังออกจากที่ดินบริเวณหาดนุ้ยภายใน 30 วัน หลังศาลพิพากษาว่าที่ดินแปลงดังกล่าวออกเอกสารสิทธิมิชอบด้วยกฎหมาย.

กำลังทหารเรือทัพเรือภาค 3 นำโดย เรือเอกสมภพ คำคนา หัวหน้าชุดประสานงานประจำพื้นที่ทหารเรือที่ 13 ทัพเรือภาค 3 นายนรศักดิ์ ภูริภัทรพันธุ์ วิศวกรโยธา 6 เทศบาลตำบลกะรน พร้อมกำลังทหาร เจ้าหน้าที่กองช่างเทศบาลตำบลกะรน นำประกาศเข้าปิดบริเวณอาคารก่อสร้างจำนวน 7 หลัง ในพื้นที่ อ่าวหาดนุ้ย ม.2 ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต ให้ทำการรื้อถอนอาคารสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่ภายใน 30 วัน ที่ดินแปลงดังกล่าวมีเนื้อที่จำนวน 18 ไร่ ซึ่งถูกศาลพิพากษาเป็นที่สิ้นสุดแล้วว่าขบวนการออกโฉนดมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งหลังจาก 30 วันนับจากวันที่ 23 มิ.ย.นี้หากไม่มีการรื้อถอนทางเทศบาลตำบลกะรนพร้อมกำลังทหารจะนำเครื่องจักรเข้าทำการรื้อถอนเอง

สำหรับที่ดินแปลงดังกล่าวก่อนหน้านี้ได้มีชาวบ้านร้องเรียนมายังผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ผ่านทางศูนย์ดำรงธรรม ว่า มีกลุ่มบุคคลเข้าไปยึดครองอ่าวหาดนุ้ยเป็นหาดส่วนตัว และมีการเรียกเก็บค่าหัวในการเข้าไปบริเวณหาดดังกล่าว รวมทั้งยังมีการยิงปืนข่มขู่เมื่อมีประชาชนหรือเรือประมงเข้าไปจอดบริเวณดังกล่าวบ่อยครั้ง ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจสอบแล้วหลายครั้งโดยได้มีการจับกุมอาวุธปืนได้หลายกระบอกและได้มีการดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ครอบครองอาวุธปืนไปแล้ว ซึ่งที่ดินดังกล่าวอยู่ห่างจากถนนสายรอบเกาะภูเก็ต เข้าไปทางซอยแหลมมุมนอก ม.2 ต.กะรน อ.เมืองภูเก็ต ระยะทางประมาณ 4-5 กิโลเมตร เป็นถนนลูกรัง ลาดชัน บริเวณใกล้กับชายหาดมีอาคารสิ่งปลูกสร้างแบบชั่วคราวประมาณ 7 หลัง เพื่อต้อนรับผู้เข้าไปใช้บริการ และอาคารบริการอื่นๆ รวมถึงเต็นท์ เครื่องออกกำลังกาย โต๊ะ เก้าอี้บริการริมชายหาด นอกจากนี้ยังมีเจ๊ตสกีไว้บริการด้วย โดยที่ดินแปลงนี้มีหลักฐานการครอบครองเป็น นส.3 จำนวน 18 ไร่แต่ถูกร้องเรียนให้มีการเพิกถอนสิทธิครอบครองเนื่องจากเอกสารสิทธิได้มามิชอบด้วยกฎหมายและล่าสุดทางศาลฎีกาตัดสินให้เพิกถอนสิทธิครอบครองที่ดินแปลงดังกล่าวแล้ว เพราะมีการนำ สค.1 จากแปลงอื่นมาสวมสิทธิ วันนี้ทางเทศบาลตำบลกะรนจึงได้มาปิดประกาศให้มีการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่ เพื่อปรับปรุงเป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตต่อไป.