ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ

IMG_0700

IMG_0701

IMG_0702

IMG_0722

IMG_0725

IMG_0727

PCIT Mouสมาคมกีฬาดำน้ำแห่งประเทศไทย หวังเป็นศูนย์กลางด้านวิจัยและวิชาการดำน้ำฝั่งอันดามัน

เมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2558 วิทยาลัยการท่องเที่ยวนานาชาติ Phuket College of International Tourism (PCIT) มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ MOU กับสมาคมกีฬาดำน้ำแห่งประเทศไทย มี นายดิสัน แหล่ทองคำ รองอธิการบดี, ผศ.ดร.อรทัย ครุธเวโช รักษาการคณบดี PCIT และนายสมพร สีอ่อนรอด นายกฝ่ายเทคนิควิชาการดำน้ำ สมาคมกีฬาดำน้ำแห่งประเทศไทย ร่วมลงนาม โดยมีคณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา เป็นสักขีพยาน ณ ห้องพรหมเทพ อาคารอำนวยการ ชั้น 3สำหรับการMOU ในครั้งนี้ มีเจตนารมณ์เพื่อนำระบบการเรียนการสอนวิชาการดำน้ำ หลักสูตรสากล ATUS / CMAS มาช่วยพัฒนาบุคลากรและนักศึกษา รวมถึงประชาชนทั่วไป โดยเน้นการยกระดับหลักสูตรทางวิชาการ ควบคู่กับการรักษาสภาพแวดล้อมใต้ท้องทะเล และพัฒนางานวิจัยให้บริการสู่ท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรมด้านรองอธิการบดีห่วงทะเลภูเก็ตสภาพแวดล้อมเสื่อมโทรม ฝากเร่งผลิตบุคลากรมีความรู้ความสามารถช่วยพิทักษ์ท้องทะเลควบคู่ส่งเสริมการท่องเที่ยว

ผศ.ดร. อรทัย ครุธเวโช เผยว่า “วิทยาลัยการท่องเที่ยวนานาชาติ หรือ PCIT จัดให้มีการเรียนการสอน สาขาธุรกิจท่องเที่ยวทางทะเล ซึ่งเป็นแห่งเดียวในประเทศไทย และหนึ่งในหลักสูตรที่เราให้ความสำคัญ คือ การดำน้ำ เนื่องจากเป็นประเภทธุรกิจที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ประสบปัญหาขาดแคลนบุคลากรชาวไทย ดังนั้นด้วยความร่วมมือในครั้งนี้ จะทำให้ PCIT สามารถดึงครูดำน้ำมืออาชีพมาเปิดอบรมให้นักศึกษาและประชาชนที่สนใจ ทดสอบเพื่อขอใบรับรอง (Certificate) ตามหลักสูตร ATUS/CMAS ซึ่งผู้ที่ผ่านการทดสอบสามารถเป็นผู้ปฏิบัติงาน หรือประกอบธุรกิจการดำน้ำได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และเป็นที่ยอมรับจากนักท่องเที่ยว รวมถึงการร่วมจัดกิจกรรมดำน้ำอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อปลูกฝังให้นักดำน้ำรุ่นใหม่เกิดความตระหนัก และใส่ใจดูแลทะเลอันดามันให้มีความสวยงามอย่างยาวนานและยั่งยืน ด้วยความร่วมมือดังกล่าวเป็นย่างก้าวสำคัญของ PCIT ในการเป็นศูนย์กลางด้านการวิจัยและวิชาการดำน้ำของอันดามัน และมีส่วนช่วยยกระดับอุตสาหกรรมการดำน้ำในประเทศไทย

นายดิสัน แหล่ทองคำ กล่าวว่า “ภูเก็ตมีทรัพยากรทางทะเลที่สวยงาม และเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ซึ่งส่วนหนึ่งเดินทางมาเพื่อกิจกรรมดำน้ำทางทะเล แต่ในอีกแง่มุมหนึ่งการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างไม่มีความรับผิดชอบ และขาดบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ โดยเฉพาะคนในท้องถิ่นที่จะให้คำแนะนำที่ถูกต้อง ดังนั้นการลงนามข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นการแสดงบทบาทของมหาวิทยาลัยที่ต้องการปกป้องทะเลภูเก็ต โดยพัฒนาคนด้วยความรู้ทางวิชาการและงานวิจัย รวมทั้งเป็นศูนย์กลางในการประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอันเป็นประโยชน์ทั้งในแง่ของการท่องเที่ยวและการอนุรักษ์ต่อไป” รองอธิการบดี กล่าว

IMG_0728