คณะกรรมาธิการ การทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ลงพื้นที่ศึกษาดูงานเกี่ยวกับการบริหารจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่ง พื้นที่ฝั่งทะเลอันดามัน 6 จังหวัด.
พลโท ชัยยุทธ พร้อมสุข ประธานคณะกรรมาธิการ การทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถ อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต เพื่อศึกษาปัญหาสภาพพื้นที่และตรวจสอบสถานการณ์การกัดเซาะชายฝั่ง จากนั้น คณะกรรมาธิการ การทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ เดินทางเข้า ประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และผู้ที่เกี่ยวข้องจาก 6 จังหวัดฝั่งทะเลอันดามัน คือ ภูเก็ต พังงา กระบี่ ระนอง ตรัง และสตูล ที่ห้องประชุมคอซิมบี้ ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต เพื่อหารือระดมความคิดเห็น และรับฟังบรรยายสรุปเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่ง ตลอดจนรับทราบปัญหาการทำลายสิ่งแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่ง และผลกระทบเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันทั้ง 6 จังหวัด
พลโท ชัยยุทธ พร้อมสุข กล่าวว่า คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ประกอบด้วยคณะอนุกรรมาธิการ 3 ส่วน ได้แก่ 1.อนุกรรมาธิการการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทางบก 2.อนุกรรมาธิการการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่ง และ 3.อนุกรรมาธิการการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้านชุมชนเมือง โดยมีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาร่างกฎหมาย กระทำกิจการพิจารณาสอบสวนศึกษาเรื่องใดๆ ที่เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การส่งเสริม บำรุงรักษาและคุ้มครองคุณภาพสิ่งแวดล้อม รวมทั้งศึกษาปัญหาการใช้ การป้องกัน การแก้ไขและการอนุรักษ์ ซึ่งการลงพื้นที่ในครั้งนี้ เน้นเก็บข้อมูลเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่งเป็นหลัก เนื่องจากว่าทางทะเลฝั่งอันดามันจะมีลักษณะปัญหาที่ต่างกัน ซึ่งข้อมูลที่ได้รับจะนำไปปรับปรุงหรือบัญญัติเป็นข้อกฎหมายใหม่ในด้านสิ่งแวดล้อม ให้สอดคล้องเหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ ทั้งนี้เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล
ทั้งนี้ในส่วนของความคืบหน้าของการออกกฎหมาย ที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้พิจารณากลั่นกรองเข้าสู่กระบวนการแล้ว ประมาณ 200 ฉบับ ซึ่งสามารถประกาศใช้ได้ในวาระ 3 แล้ว ประมาณ 157 ฉบับ ซึ่งล่าสุดได้ออกกฎหมายเกี่ยวกับป่าไม้ ป่าสงวนแห่งชาติ ที่มีการปรับปรุงจาก พ.ศ.2507 อย่างไรก็ตามภาครัฐต้องการกฎหมายที่รองรับเกี่ยวกับการขับเคลื่อนการบุกรุกที่ดินของรัฐมากที่สุด ซึ่งจะต้องเร่งรัดการดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วต่อไป




