ศูนย์แสดงจิวเวลรี่และอัญมณี รอยัลเจมส์ทุ่ม 2 พันล้าน

908150

DSCF8063

DSCF8092

908165

908154

908152

908151

DSCF7979

DSCF8021

DSCF8017

DSCF7995

รอยัลเจมส์ทุ่ม 2 พันล้าน ผุดศูนย์แสดงจิวเวลรี่และอัญมณีใหญ่ที่สุดของประเทศเสริมการท่องเที่ยวภูเก็ต.
เมื่อวันที่ 20 มี.ค.59 นายนายพีระศักดิ์ พอจิต เป็นรองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คนที่ 2 หม่อมหลวงปนัดดา ดิสกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ดร.อรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ นายชาติศิริ โสภณพนิช นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายธงชัย โรจน์รุ่งรังสี ประธานกรรมการ บริษัท รอยัล เจมส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และนางนิสา โรจน์รุ่งรังสี รองประธานฯ ร่วมกันเปิดศูนย์จัดแสดงจิวเวลรี่และอัญมณี “รอยัล เจมส์ พาวิลเลี่ยน” ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 99/99 หมู่ที่ 3 ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเก็ต โดยมีหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ทั้งในภูเก็ต และกรุงเทพฯเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก
สำหรับ “รอยัล เจมส์ พาวิลเลี่ยน” นั้น เป็นศูนย์จัดแสดงจิวเวลรี่ และอัญมณีใหญ่ที่สุดในภูเก็ต และประเทศไทย ของ บริษัท รอยัล เจมส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบชิโนโปรตุกีส ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมของเมืองภูเก็ต บนเนื้อที่ 15 ไร่ ด้วยงบลงทุนกว่า 2,000 ล้านบาท เป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่บนเกาะภูเก็ตที่คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศสู่จังหวัดภูเก็ต และเป็นศูนย์รวมอัญมณีไทยและผลิตภัณฑ์คุณภาพจากฝืมือคนไทย ตื่นตาตื่นใจกับตัวอาคารที่สวยงามตระการตา และชมสุดยอดผลงานระดับมาสเตอร์พีซ เช่น เรือสุพรรณหงส์ประดับคริสตัล น้ำหนักมากกว่า 10,000 กะรัต และองค์พระใหญ่ สร้างจากไม้ที่กลายเป็นหิน (Petrified Wood) ที่ได้รับการแกะสลักจากช่างฝีมือชาวไทยสุดประณีต

นายชาติชัย โรจน์รุ่งรังสี กรรมการผู้จัดการ รอยัล เจมส์ พาวิลเลี่ยน เปิดเผยว่า โครงการ รอยัล เจมส์ พาวิลเลี่ยน เป็นการลงทุนโดยทุนคนไทย 100% คือ บริษัท รอยัล เจมส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ที่ดำเนินธุรกิจด้านการจัดจำหน่ายสินค้าเครื่องประดับอัญมณี และสินค้าที่ระลึกให้แก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมานานกว่า 35 ปี โดยมีสาขาอยู่ที่กรุงเทพฯ พัทยา และภูเก็ต โดยได้รับการรับรองมาตรฐานสินค้าอัญมณีจากสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ (Jewel Fest Club) ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และได้รับมาตรฐานระดับสำกล (ISO) ซึ่งปัจจุบันธุรกิจการท่องเที่ยวในประเทศไทยมีแนวโน้มได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเพิ่มมากขึ้น ทางบริษัทจึงได้ขยายสาขาจากกรุงเทพฯ มายังจังหวัดภูเก็ต ภายใต้ชื่อ บริษัท รอยัล เจมส์ พาวิลเลี่ยน จำกัด ซึ่งได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 มีนาคม 2559 นี้
“การตัดสินใจขยายการลงทุนมายังภูเก็ตนั้น เนื่องจากบริษัทมองเห็นศักยภาพของภูเก็ตที่การท่องเที่ยวมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ ทางเราได้เข้ามาลงทุนที่ภูเก็ตแล้วเมื่อ 18 ปีก่อน คือ รอยัล พารากอน ที่บริเวณถนนเจ้าฟ้า เป็นศูนย์จัดแสดงสินค้า เครื่องหนัง เครื่องประดับ ดิวตี้ฟรี สินค้าสปา โอทอป เป็นต้น ก่อนที่จะตัดสินใจทุ่มเงินลงทุนกว่า 2,000 ล้านบาท ซื้อที่ดิน และก่อสร้างอาคาร รอยัล เจมส์ พาวิลเลี่ยน”

นายชาติชัย เผยต่อว่า บริษัททุ่มเงินลงทุน 2,000 ล้านบาท และเงินลงทุนสินค้าอีกประมาณ 1,000 ล้านบาท เพื่อให้รอยัล เจมส์ พาวิลเลี่ยน เป็นศูนย์จัดแสดงจิวเวลรี่ และอัญมณีที่ใหญ่ที่สุดในภูเก็ต และประเทศไทยแล้ว ทางบริษัทยังต้องการให้เป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของเกาะภูเก็ต ที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวต่างชาติ และคนไทยสามารถเข้ามาเลือกซื้อจิวเวลรี่ และอัญมณีคุณภาพดีๆ บริการประทับใจ และมีใบรับรองคุณภาพของสินค้าอีกด้วย ภายใต้สโลแกน “ธุรกิจคนไทย ทำเพื่อคนไทย” เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและอุตสาหกรรมอัญมณี ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าการส่งออกอยู่ในอันดับที่ 3 ของประเทศ อีกทั้งทางบริษัทยังมีการจัดจำหน่ายสินค้ำประเภทต่างๆ ที่มาจากฝีมือคนไทย เช่น สินค้าโอทอป เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในร้านสปา ฯลฯ ซึ่งทางบริษัทมีนโยบายในการสร้างอาชีพให้แก่คนในพื้นที่ได้นำสินค้ามาขายภายในบริษัท เพื่อเป็นการส่งเสริมและสร้างรายได้ให้แก่คนในชุมชน

กรรมการผู้จัดการ รอยัล เจมส์ พาวิลเลี่ยน เปิดเผยอีกว่า ภายหลังเปิด รอยัล เจมส์ พาวิลเลี่ยน มาระยะหนึ่ง ปรากฏว่า ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดย 85% เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และคนไทยประมาณ 15% โดยชาวต่างชาติที่เข้ามาเลือกซื้อสินค้าจะเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีนเป็นหลัก รอลงมาเป็นรัสเซีย และยุโรป รวมทั้งคนไทยและในอนาคตตนมีความต้องการขยายตลาดลูกค้าเข้าสู่นานาชาติ รวมถึงคนในพื้นที่ และคนไทย และจุดแข็งของธุรกิจตนคือ คุณภาพของสินค้า ที่มีราคาตั้งแต่ หลักพัน ไปจนถึง หลักล้าน สำหรับสินค้าอัญมณีที่มีราคาแพงที่สุดของที่นี่ มีมูลค่า 100 กว่าล้านบาท ซึ่งมีไว้ให้ชม ไม่ได้ขาย และตนฝากสื่อประชาสัมพันธ์โครงการในอนาคตอันใกล้นี้ ที่เปิดให้เฉพาะคนภูเก็ตและพังงา มาจับจองพื้นที่เพื่อจำหน่ายสินค้าในตลาดน้ำของโครงการในอนาคตข้างหน้า นับจากนี้ ประมาณ 1 ปีครึ่ง และจุดเด่นคือการไม่ต้องจ่ายค่าเซ้ง แต่จ่ายในรูปแบบแชร์เปอร์เซ็นต์การขาย  ข้อดีคือจะไม่ก่อภาระต่อผู้เป็นพ่อค้าแม่ค้าเหล่านั้น ถ้าขายสินค้าไม่ได้ก็ไม่ต้องแบ่งเปอร์เซ็นต์

DSCF8235