เมื่อวันนี้ 24 สิงหาคม 2558 เวลา 11.00 น. ที่ห้องประชุม OSM นายอำพล วงศ์ศิริ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค พร้อมด้วย พ.ต.อ.อังกูร คล้ายคลึง รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค เจ้าหน้าที่ สคบ. และข้าราชการตำรวจ กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิด(บก.ปคบ.) พร้อมทั้งกลุ่มผู้ร้องเรียน เข้าร่วมประชุมหาข้อสรุปในการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียน โครงการ ACE 1 Condo เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งการดำเนินคดีอาญาในฐานความผิดฉ้อโกงประชาชนกับบริษัท เดอะไนน์ พร็อพเพอร์ตี้ (ป่าตอง)
ตามที่มีกลุ่มผู้ร้องเรียนได้ร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต และอีกกลุ่มหนึ่งได้ร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ว่าเมื่อปี 2556 ได้ทำสัญญาจองซื้ออาคารชุดโครงการ ACE 1 Condo กับบริษัท เดอะไนน์ พร็อพเพอร์ตี้ (ป่าตอง) จำกัด กลุ่มผู้ร้องเรียนได้ชำระเงินให้บริษัทฯ ไปแล้วเฉลี่ยคนละ 400,000 บาท แต่ปรากฏว่ากระทั่งปัจจุบันบริษัทฯ ไม่มีความคืบหน้าในโครงการก่อสร้าง กลุ่มผู้ร้องเรียนจึงประสงค์ขอเงินจองและเงินดาวน์คืน ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเห็นว่า เรื่องร้องเรียนดังกล่าว ผู้ประกอบธุรกิจไม่มีเจตนาที่จะรับผิดชอบความเสียหายของกลุ่มผู้ร้องเรียน จึงได้มีการจัดประชุมหาข้อสรุปในการแก้ไขปัญหาร้องเรียนดังกล่าว เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2558 โดยร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค และรับเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภคจำนวนมาก โดยให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการอื่นๆ เกี่ยวกับคดีอาญาแก่บริษัทเดอะไนน์ พร็อพเพอร์ตี้ ทั้งนี้ จากการประชุม บก.ปคบ. ได้ตั้งข้อกล่าวหากับทางบริษัท และผู้เกี่ยวข้อง รวม 5 ฐานความผิด ประกอบด้วย ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ความผิดฐานประกอบธุรกิจจัดสรรที่ดินและอาคารชุดโดยไม่ได้รับอนุญาต ความผิดฐานโฆษณาเป็นเท็จหรือเกินความจริงตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภค ความผิดฐานนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จตามกฎหมายว่าด้วยคอมพิวเตอร์ และความผิดฐานฟอกเงิน ตามกฎหมายว่าด้วยการฟอกเงิน สำหรับการประชุมในวันนี้ กลุ่มผู้ร้องเรียนได้ขอให้ทาง สคบ. และ บก.ปคบ. เร่งดำเนินการทางอาญากับบริษัท เดอะไนน์ พร็อพเพอร์ตี้ (ป่าตอง) จำกัด และขอให้มีการจัดประชุมผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และจากปัญหาดังกล่าว ด้านสำนักคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ในการจัดประชุมหาแนวทางในการช่วยเหลือผู้บริโภคและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม และให้มีการดำเนินคดีอาญาแก่บริษัทดังกล่าว ให้เร็วที่สุด







