ภูเก็ตปิดศูนย์ปฏิบัติการรับมือสถานการณ์มลพิษหมอกควันส่วนเที่ยวบินไม่มี Delay ขึ้น-ลงตามปกติ
เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2558 เวลา 08.45 น. ที่ห้องประชุมชั้น 3 ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 18 (ภูเก็ต) นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการรับมือสถานการณ์มลพิษหมอกควันในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อติดตามผลกระทบที่เกิดจากสถานการณ์หมอกควันในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต โดยมีว่าที่ร้อยตรีตระกูล โทธรรม ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 18 ภูเก็ต นายเกษม สุขวารี ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต ดร.พรศรี สุทธนารักษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อม ภาคที่ 15 (ภูเก็ต) นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิสุทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต นพ.กฤษณ์ สกุลแพทย์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต นางบุษยา ใจเปี่ยม ประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต ผู้แทนท่าอากาศยานภูเก็ต ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
ดร.พรศรี สุทธนารักษ์ ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อมภาคที่ 15 (ภูเก็ต) รายงานสถานการณ์หมอกควันในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ว่า ดีขึ้นตามลำดับตั้งแต่เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมา และในเช้านี้ (9 ต.ค.58) ช่วงเวลา 08.00 น. ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน มีค่า 80 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร อยู่ในเกณฑ์ปานกลาง ไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน และมีแนวโน้มจะลดลงเรื่อยๆ เนื่องจากเริ่มมีลมหนาวเข้ามา และลมเปลี่ยนทิศ ขณะที่ประเทศอินโดนีเซียเองก็ขอรับความช่วยเหลือจากนานาประเทศในการดับไฟป่าที่เกิดขึ้นครั้งนี้แล้ว
ขณะที่ตัวแทนจากท่าอากาศยานภูเก็ต รายงานสถานการณ์ผลกระทบจากหมอกควันภาพรวมของวันที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมาว่า มีเที่ยวบินที่ได้รับผลกระทบระหว่างเวลา 06.00 น. วันที่ 8 ตุลาคม –เวลา 06.00 น.วันที่ 9 ตุลาคม 2558 จำนวน 37 เที่ยวบิน เป็นเที่ยวบินในประเทศ 13 เที่ยวบิน และระหว่างประเทศ 24 เที่ยวบิน โดยมีการดีเลย์เฉลี่ยเที่ยวบินละ 20-30 นาที แต่ทุกอย่างเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติในเวลา 16.00 น. ของวันที่ 8 ตุลาคม 2558 โดยช่วงเช้าวันนี้ (9 ต.ค.58) ทุกเที่ยวบินสามารถขึ้นลงได้ตามปกติ และไม่มีการดีเลย์แต่อย่างใด
หลังจากรับฟังรายงานสรุปของแต่ละหน่วยงานแล้ว นายจำเริญ กล่าวว่า จากรายงานของสิ่งแวดล้อมภาคฯ พบว่าสถานการณ์เริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดี ไม่มีผลกระทบทั้งในส่วนของการสัญจรไปมาทางบก ทางน้ำและทางอากาศ ในขณะที่ปัญหาด้านสุขภาพก็ไม่มีตัวเลขผู้ป่วยเข้ารับการรักษาเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่จะมีในกลุ่มของผู้ที่มีปัญหาด้านสุขภาพอยู่แล้ว เช่น หอบ หืด ทางเดินหายใจ เป็นต้น รวมทั้งไม่ได้ส่งผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามา ซึ่งยังคงเป็นปกติ
เนื่องจากสถานการณ์คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น ดังนั้นต้องขอปิดศูนย์ฯ แต่ก็ยังไม่ปิดสนิท โดยให้ทางศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยฯ ได้ประสานกับทางสิ่งแวดล้อมภาค และท่าอากาศยานภูเก็ต เพื่อติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และหากเกิดวิกฤตขึ้นก็สามารถจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมเพื่อหาแนวทางในการแก้ปัญหาได้อย่างทันท่วงที ทั้งนี้ให้ศูนย์ฯ อยู่ปฏิบัติงาน 24 ชั่วโมง ไม่เฉพาะเรื่องของหมอกควันเท่านั้น แต่รวมถึงสาธารณภัยอื่นๆ ด้วย และการจัดทำเอกสารชี้แจงทำความเข้าใจนักท่องเที่ยวทั้งภาษาอังกฤษ จีนและรัสเซีย” นายจำเริญ กล่าว





