เรียนรู้ใกล้รั้วบ้านสร้างพลังการอ่าน แทรกซึมวิถีชีวิตชุมชน
นานาอารยะประเทศสอนประชาชนให้รักการอ่านเพราะการอ่านเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนา หลายประเทศที่พัฒนาแล้วออกนโยบายส่งเสริมการอ่านและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มมีโอกาสเข้าถึงการอ่านและการเรียนรู้ได้โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องอายุ อาชีพ และสถานที่แล้วประเทศไทยเราล่ะ… เราอ่านหนังสือกันน้อยเหลือเกิน ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะลงมือเปลี่ยนแปลง เพราะ “การอ่าน” เป็นกลไกพัฒนากระบวนการคิดและภูมิปัญญา อีกทั้งช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตส่งผลให้สังคมน่าอยู่
สาขาวิชาสารสนเทศศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.ราชภัฏภูเก็ต ได้เริ่มต้นสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นแล้ว ด้วยกิจกรรม “ส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ตลอดชีวิต ณ ชุมชนสี่สิบห้อง” โดยความร่วมมือของ รร.เทศบาลบ้านบางเหนียว เทศบาลนครภูเก็ต และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้เป็นผลมาจากการลงนามความร่วมมือ MOU ส่งเสริมนิสัยรักการอ่านแก่เยาวชนภูเก็ต ภายใต้เครือข่าย “บ.ร.ร.” คือ บ้าน โรงเรียน และราชภัฏภูเก็ต เมื่อปลายปี 2557 ที่ผ่านมา
ดร.อมรรัตน์ นาคะโร เล่าว่า “ทาง ม.ราชภัฏภูเก็ต เชื่อว่า การกระตุ้น ปลูกฝัง หรือปรับเปลี่ยนทัศนคติในการอ่านและการเรียนรู้ตลอดชีวิต จำเป็นต้องดำเนินการเชิงรุกให้ทุกภาคส่วนที่มีบทบาทในชุมชน คือ บ้าน โรงเรียน และหน่วยงานราชการ ได้มีส่วนร่วมในการลงมือปฏิบัติ สำหรับชุมชนสี่สิบห้อง มีชาวบ้านจำนวนมากอาศัยอยู่ ด้วยฐานะที่ยากไร้ทำให้เกิดช่องว่างในการสร้างเสริมกระบวนการเรียนรู้ของ คน 3 วัยในชุมชน คือ เด็ก ผู้ใหญ่ คนชรา เราจึงทำการเปิดห้องสมุดกลางชุมชน เป็นแหล่งเรียนรู้ใกล้รั้วบ้าน ให้ทุกคนในชุมชนสี่สิบห้องสามารถเข้าถึงได้ง่าย ภายในมีหนังสือหลากหลายประเภท ทั้งสาระความรู้และบันเทิง เหมาะกับทุกเพศทุกวัย นอกจากนั้นเราได้นำนักศึกษาจัดกิจกรรมฐานการเรียนรู้ ได้แก่ เล่านิทานประกอบหุ่นมือ, การอ่านหนังสือมีชีวิต, ดนตรีสร้างสรรค์, ประดิษฐ์หนังสือทำมือ, ขยะเสริมสวย เพื่อให้สมาชิกในชุมชนได้ทำกิจกรรมร่วมกัน” ประธานสาขาวิชาสารสนเทศศาสตร์ กล่าว
ด้าน คุณสมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต กล่าวว่า “รัฐบาลให้ความสำคัญกับการอ่านเป็นวาระแห่งชาติที่สังคมต้องให้ความสำคัญ เพราะการอ่านเป็นทักษะพื้นฐานในการแสวงหาความรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ข้อมูลข่าวสาร ความรู้ต่างๆ สื่อสารผ่านตัวหนังสือการอ่านของคนไทยก็ยังเป็นปัญหาทั้งการอ่านน้อยและการอ่านในสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ ดังนั้นภาครัฐจึงจำเป็นต้องหาวิธีการต่างๆ เพื่อกระตุ้นความสนใจของคนในชุมชน สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาคนสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตแบบยั่งยืน ของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 (พ.ศ.2555 – พ.ศ.2559) ที่มุ่งเน้นการพัฒนาคนไทยทุกกลุ่มวัยให้มีศักยภาพโดยการสร้างโอกาสการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องให้คนทุกกลุ่ม สามารถเข้าถึงองค์ความรู้ที่หลากหลาย”
นายวุฒิ สันติเพชร ประธานชุมชนสี่สิบห้อง เล่าความรู้สึกว่า “ส่วนใหญ่สมาชิกในชุมชนมีฐานะยากจน พ่อแม่ต้องทำงานหาเช้ากินค่ำ ผู้สูงอายุไม่มีงานอดิเรกทำส่งผลสภาพจิตใจย่ำแย่ ส่วนเยาวชนมีความเสี่ยงที่จะถูกชักจูงเข้าสู่ปัญหาสังคมด้านต่างๆ ดังนั้นการที่ ม.ราชภัฏภูเก็ต และหน่วยงานที่เข้ามาจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ทำให้ชาวบ้านในชุมชนดีใจที่มีผู้เห็นความสำคัญ แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงในด้านการอ่านและการเรียนรู้จะไม่สามารถเห็นผลได้ชั่วข้ามคืน แต่ปลื้มใจที่ชุมชนของเรามีพื้นที่ส่วนกลางสำหรับการแสวงหาความรู้ในนามของชุมชนยืนยันว่าพวกเราทุกคนจะใช้พื้นที่ในส่วนนี้สร้างประโยชน์ให้มากที่สุด”
งานของเครือข่าย บ.ร.ร. จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในชุมชนเป้าหมายแห่งอื่นๆ ในอนาคตอันใกล้นี้ ถือเป็นความพยายามที่สาขาวิชาสารสนเทศศาสตร์ ม.ราชภัฏภูเก็ต ใช้ความชำนาญเรื่องการคัดสรรสื่อการเรียนรู้ และสร้างสรรค์ห้องสมุดมีชีวิตเคลื่อนที่ จับมือกับโรงเรียน และชุมชน สร้างพฤติกรรมการอ่านและนิสัยใฝ่รู้ให้แทรกซึมอยู่ในวิถีชีวิตของชาวจังหวัดภูเก็ต









